Blog/Past Simple กับ Past Continuous ต่างกันอย่างไร? เล่าเรื่องในอดีตให้ถูก
Past Simple กับ Past Continuous ต่างกันอย่างไร? เล่าเรื่องในอดีตให้ถูก

ผู้เขียน: Vocab Team

อัปเดตล่าสุด:

Past Simple กับ Past Continuous ต่างกันอย่างไร? เล่าเรื่องในอดีตให้ถูก

เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab

ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง

เคยเล่าเรื่องในอดีตแล้วลังเลไหมว่า ควรใช้ watched หรือ was watching? ทั้งสองรูปพูดถึงอดีตเหมือนกัน แต่ช่วยให้ผู้ฟังเห็นเหตุการณ์คนละแบบ: Past Simple บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นและจบแล้ว ส่วน Past Continuous พาเราไปเห็นสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานั้น
บทนี้เน้นการเลือกใช้สองกาลนี้ โดยไม่ทบทวน Past Simple ทุกกฎตั้งแต่ต้นจนจบ

มองเหตุการณ์ในอดีตสองแบบ

รูปกริยาใช้เมื่อภาพที่ผู้ฟังได้รับ
Past Simple: กริยาช่อง 2เหตุการณ์เกิดขึ้นและจบแล้ว หรือเป็นสิ่งที่ทำซ้ำในช่วงอดีตที่สิ้นสุดไปแล้วเห็นเหตุการณ์เป็นจุดหรือเป็นเรื่องที่เสร็จสมบูรณ์
Past Continuous: was หรือ were + กริยาเติม -ingการกระทำกำลังดำเนินอยู่ ณ เวลาหนึ่งในอดีตเห็นเหตุการณ์เป็นฉากที่กำลังเกิดขึ้น
คำบอกเวลาอย่าง yesterday, last night และ last year มักพบกับ Past Simple ส่วน at 8 p.m. หรือ at that moment มักใช้ระบุเวลาที่การกระทำใน Past Continuous กำลังดำเนินอยู่
Past Simple ยังใช้กับนิสัยหรือเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำในช่วงอดีตที่จบไปแล้วได้ด้วย
  • ตัวอย่าง: He played football every Saturday last year. หมายถึง ปีที่แล้วเขาเล่นฟุตบอลทุกวันเสาร์ โดยช่วงเวลานั้นจบไปแล้ว

โครงสร้างบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม

โครงสร้าง Past Simple

  • ประโยคบอกเล่า: ประธาน + กริยาช่อง 2 ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้ว
    • ตัวอย่าง: I watched a movie last night. หมายถึง ฉันดูหนังเมื่อคืน และการดูหนังจบลงแล้ว
  • ประโยคปฏิเสธ: ประธาน + did not + กริยารูปพื้นฐาน หลัง did not ไม่ใช้กริยาช่อง 2
    • ตัวอย่าง: She did not call me yesterday. หมายถึง เมื่อวานเธอไม่ได้โทรหาฉัน
  • ประโยคคำถาม: Did + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน
    • ตัวอย่าง: Did you see Tom at the station? หมายถึง คุณเห็นทอมที่สถานีไหม

โครงสร้าง Past Continuous

  • ประโยคบอกเล่า: ประธาน + was หรือ were + กริยาเติม -ing ใช้เน้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเวลาหนึ่ง
    • ตัวอย่าง: I was watching a movie at 8 p.m. หมายถึง ตอนสองทุ่มฉันกำลังดูหนังอยู่
  • ประโยคปฏิเสธ: ประธาน + was not หรือ were not + กริยาเติม -ing
    • ตัวอย่าง: She was not sleeping when I arrived. หมายถึง ตอนที่ฉันมาถึง เธอไม่ได้กำลังนอนอยู่
  • ประโยคคำถาม: Was หรือ Were + ประธาน + กริยาเติม -ing
    • ตัวอย่าง: Were they waiting for the bus? หมายถึง ตอนนั้นพวกเขากำลังรอรถบัสอยู่หรือเปล่า
จำคู่ประธานแบบสั้นๆ: I, he, she และ it ใช้ was ส่วน you, we และ they ใช้ were

ใช้ when และ while เล่าเหตุการณ์ที่เกิดซ้อนกัน

เมื่อเหตุการณ์สั้นเข้ามาแทรกการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ เรามักใช้ Past Continuous กับฉากที่กำลังดำเนินอยู่ และใช้ Past Simple กับเหตุการณ์ที่เข้ามาแทรก
ลองดูบทสนทนาสั้นๆ ที่ใช้ทั้งสองกาลในสถานการณ์เดียวกัน
  • A: What were you doing when I called? ความหมาย: ตอนที่ฉันโทรไป คุณกำลังทำอะไรอยู่
  • B: I was cooking when the phone rang. ความหมาย: ฉันกำลังทำอาหารอยู่ตอนที่โทรศัพท์ดัง
ในประโยคตอบ was cooking คือการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ ส่วน rang คือเหตุการณ์สั้นที่เข้ามาแทรก
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ
  • ตัวอย่าง: They were talking when the teacher entered the room. หมายถึง พวกเขากำลังคุยกันตอนที่ครูเข้ามาในห้อง
when มักใช้เชื่อมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจุด เช่น โทรศัพท์ดังหรือครูเดินเข้ามา ส่วน while มักใช้กับการกระทำที่กินเวลา
  • ตัวอย่าง: While I was walking home, it started to rain. หมายถึง ระหว่างที่ฉันกำลังเดินกลับบ้าน ฝนก็เริ่มตก
ตำแหน่งของอนุประโยคสลับกันได้ ตราบใดที่กาลของแต่ละเหตุการณ์ยังสื่อความหมายได้ถูกต้อง

จุดที่ผู้เรียนมักใช้ผิด

อย่าใช้ was หรือ were หน้ากริยาช่อง 2

  • รูปที่ผิด: I was watched a movie last night. หมายถึง ต้องการบอกว่าดูหนังเมื่อคืน แต่ประโยคนี้ผสม was กับ watched จึงผิดโครงสร้าง
  • รูปที่ถูก: I watched a movie last night. หมายถึง ฉันดูหนังเมื่อคืน
  • เหตุผล: Past Continuous ต้องใช้ was หรือ were ตามด้วยกริยาเติม -ing ไม่ใช่กริยาช่อง 2

หลัง did ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน

  • รูปที่ผิด: Did you saw Tom at the station? หมายถึง ต้องการถามว่าคุณเห็นทอมที่สถานีไหม แต่หลัง did ไม่ควรใช้ saw
  • รูปที่ถูก: Did you see Tom at the station? หมายถึง คุณเห็นทอมที่สถานีไหม
  • เหตุผล: did แสดงความเป็นอดีตให้แล้ว กริยาหลักจึงกลับไปใช้รูปพื้นฐาน see

แบบฝึกหัดเลือกกาล

เติมกริยาในวงเล็บให้เป็น Past Simple หรือ Past Continuous โดยดูว่าประโยคเน้นเหตุการณ์ที่จบแล้ว ฉากที่กำลังดำเนินอยู่ หรือเหตุการณ์ที่เข้ามาแทรก
  1. เติมรูปของ watch ให้ถูกต้อง
  • โจทย์: I ___ a movie last night.
  • ความหมาย: ฉันดูหนังเมื่อคืน
  • คำใบ้: เหตุการณ์เกิดขึ้นและจบแล้ว
  1. เติมรูปของ watch ให้ถูกต้อง
  • โจทย์: I ___ a movie at 8 p.m.
  • ความหมาย: ตอนสองทุ่มฉันกำลังดูหนังอยู่
  • คำใบ้: เน้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ เวลาที่ระบุ
  1. เติมรูปของ walk ให้ถูกต้อง
  • โจทย์: While I ___ home, it started to rain.
  • ความหมาย: ระหว่างที่ฉันกำลังเดินกลับบ้าน ฝนก็เริ่มตก
  • คำใบ้: การเดินเป็นฉากที่กำลังดำเนินอยู่
  1. เติมรูปของ see ให้ถูกต้อง
  • โจทย์: Did you ___ Tom at the station?
  • ความหมาย: คุณเห็นทอมที่สถานีไหม
  • คำใบ้: หลัง did ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน

เฉลย

  1. ใช้ watched
  • คำตอบ: I watched a movie last night.
  • ความหมาย: ฉันดูหนังเมื่อคืน
  • เหตุผล: ใช้ Past Simple เพราะการดูหนังเกิดขึ้นและจบแล้ว
  1. ใช้ was watching
  • คำตอบ: I was watching a movie at 8 p.m.
  • ความหมาย: ตอนสองทุ่มฉันกำลังดูหนังอยู่
  • เหตุผล: ใช้ Past Continuous เพราะการกระทำกำลังดำเนินอยู่ ณ เวลาที่ระบุ
  1. ใช้ was walking
  • คำตอบ: While I was walking home, it started to rain.
  • ความหมาย: ระหว่างที่ฉันกำลังเดินกลับบ้าน ฝนก็เริ่มตก
  • เหตุผล: ใช้ was walking กับฉากที่กำลังดำเนินอยู่ และใช้ started กับเหตุการณ์ที่เข้ามาแทรก
  1. ใช้ see
  • คำตอบ: Did you see Tom at the station?
  • ความหมาย: คุณเห็นทอมที่สถานีไหม
  • เหตุผล: หลัง did ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ see ไม่ใช่ saw

วิธีตัดสินใจเลือกกาล

ก่อนเลือกกาล ให้ถามตัวเองตามลำดับนี้
  1. เหตุการณ์เกิดขึ้นและจบแล้วหรือไม่ ถ้าใช่ ให้เริ่มจาก Past Simple
  2. ต้องการพาผู้ฟังไปเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่งหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ใช้ Past Continuous
  3. มีเหตุการณ์สั้นเข้ามาแทรกหรือไม่ ใช้ Past Continuous กับฉากที่กำลังดำเนินอยู่ และใช้ Past Simple กับสิ่งที่เข้ามาแทรก
  4. มี did ในประโยคหรือไม่ ถ้ามี กริยาหลักต้องเป็นรูปพื้นฐาน
จำง่ายๆ ว่า Past Continuous คือฉากหลัง ส่วน Past Simple คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนฉากนั้น หากต้องการทบทวนกริยาปกติ กริยาผิดปกติ และโครงสร้าง Past Simple อย่างละเอียด สามารถอ่านบทที่เกี่ยวข้องซึ่งแสดงไว้ท้ายหน้าได้
วิดีโอนี้ช่วยทบทวน Past Simple และ Past Continuous ผ่านตัวอย่างการผันกริยา แต่เนื้อหาครอบคลุมกาลภาษาอังกฤษทั้ง 12 แบบ จึงกว้างกว่าบทเรียนนี้

ฝึกออกเสียง Past Simple และ Past Continuous

ฟังแล้วพูดตามทีละประโยค โดยเน้นเสียงกริยาหลัก และลองเชื่อมคำในประโยคที่มี when หรือ while ให้ลื่นไหล
  • ฝึกพูด: หมายถึง ตอนสองทุ่มฉันกำลังดูหนังอยู่
  • ฝึกพูด: หมายถึง เมื่อวานเธอไม่ได้โทรหาฉัน
  • ฝึกพูด: หมายถึง ตอนที่ฉันมาถึง เธอไม่ได้กำลังนอนอยู่
  • ฝึกพูด: หมายถึง คุณเห็นทอมที่สถานีไหม
  • ฝึกพูด: หมายถึง ตอนนั้นพวกเขากำลังรอรถบัสอยู่หรือเปล่า
  • ฝึกพูด: หมายถึง ฉันกำลังทำอาหารอยู่ตอนที่โทรศัพท์ดัง
  • ฝึกพูด: หมายถึง ระหว่างที่ฉันกำลังเดินกลับบ้าน ฝนก็เริ่มตก
  • ฝึกพูด: หมายถึง ปีที่แล้วเขาเล่นฟุตบอลทุกวันเสาร์
  • ฝึกพูด: หมายถึง พวกเขากำลังคุยกันตอนที่ครูเข้ามาในห้อง
เมื่อฝึกพูด ให้สังเกตความต่างระหว่างกริยาช่อง 2 ที่เล่าเหตุการณ์จบแล้วกับ was หรือ were + กริยาเติม -ing ที่สร้างภาพของเหตุการณ์ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ หากเลือกภาพของเหตุการณ์ได้ถูก การเลือกกาลก็จะง่ายขึ้น
5 นาที

ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที

ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ