
ผู้เขียน: Vocab Team
อัปเดตล่าสุด:
Present Simple Tense: โครงสร้าง วิธีใช้ และตัวอย่างประโยค
เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab
ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง
Present Simple Tense ใช้เมื่อพูดถึงกิจวัตร ข้อเท็จจริง ความชอบ หรือสิ่งที่เป็นจริงโดยทั่วไป บทเรียนนี้จะช่วยให้คุณเลือกโครงสร้างได้ถูกต้อง โดยเฉพาะจุดที่ผู้เริ่มต้นมักสับสน เช่น การเติม -s และการใช้ do/does
Present Simple ใช้ตอนไหน
ใช้ Present Simple ในกรณีต่อไปนี้
- กิจวัตรหรือนิสัย: I walk to work every day. หมายถึง ฉันเดินไปทำงานทุกวัน คำอย่าง every day, usually, often, sometimes ช่วยบอกว่าเป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำ
- ข้อเท็จจริงทั่วไป: Water boils at 100 degrees Celsius. หมายถึง น้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส ใช้กับสิ่งที่เป็นความจริงโดยทั่วไป
- ความชอบ ความคิดเห็น และสภาวะ: She likes jazz. หมายถึง เธอชอบดนตรีแจ๊ส คำกริยาอย่าง like, want, know, need มักใช้ใน Present Simple
- ตารางเวลาที่กำหนดไว้: The train leaves at 7:30. หมายถึง รถไฟออกเวลา 7:30 แม้การเดินทางจะเกิดในอนาคต แต่เป็นเวลาในตารางที่แน่นอน
โครงสร้างประโยคบอกเล่า
สำหรับ I, you, we, they ใช้กริยารูปปกติ
ประธาน + กริยาช่องที่ 1 + ส่วนขยาย
- I work in an office. หมายถึง ฉันทำงานในสำนักงาน
- They study English after dinner. หมายถึง พวกเขาเรียนภาษาอังกฤษหลังอาหารเย็น
- We live near the station. หมายถึง พวกเราอาศัยอยู่ใกล้สถานี
สำหรับ he, she, it และคำนามเอกพจน์ ให้เติม -s หรือรูปที่เหมาะสมที่กริยา
- He works from home. หมายถึง เขาทำงานจากที่บ้าน
- My sister watches TV in the evening. หมายถึง พี่สาวของฉันดูโทรทัศน์ตอนเย็น
- The baby cries at night. หมายถึง เด็กร้องไห้ตอนกลางคืน
การเติม -s, -es และ -ies
- กริยาทั่วไปเติม -s: play เป็น plays, read เป็น reads
- คำที่ลงท้ายด้วย -s, -ss, -sh, -ch, -x, -o มักเติม -es: watch เป็น watches, go เป็น goes, fix เป็น fixes
- คำที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะตามด้วย y เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -es: study เป็น studies, try เป็น tries
- ถ้าหน้า y เป็นสระ ให้เติม -s: play เป็น plays, enjoy เป็น enjoys
ประโยคปฏิเสธด้วย do และ does
ใช้โครงสร้างนี้กับกริยาทั่วไป
ประธาน + do/does + not + กริยารูปปกติ
- I don't drink coffee. หมายถึง ฉันไม่ดื่มกาแฟ
- They don't work on Sundays. หมายถึง พวกเขาไม่ทำงานวันอาทิตย์
- She doesn't drive. หมายถึง เธอไม่ขับรถ
- The shop doesn't open on Mondays. หมายถึง ร้านไม่เปิดวันจันทร์
ใช้ do กับ I, you, we, they และใช้ does กับ he, she, it จุดสำคัญคือ เมื่อมี does แล้ว กริยาหลักต้องกลับเป็นรูปปกติ
- ❌ He doesn't works here.
- ✅ He doesn't work here. หมายถึง เขาไม่ได้ทำงานที่นี่ เพราะ doesn't รับหน้าที่แสดงรูปประธานเอกพจน์แล้ว
ประโยคคำถามด้วย do และ does
Do/Does + ประธาน + กริยารูปปกติ?
- Do you speak English? หมายถึง คุณพูดภาษาอังกฤษไหม
- Do they live nearby? หมายถึง พวกเขาอาศัยอยู่ใกล้ๆ ไหม
- Does he play tennis? หมายถึง เขาเล่นเทนนิสไหม
- Does your sister work here? หมายถึง พี่สาวหรือน้องสาวของคุณทำงานที่นี่ไหม
อย่าเติม -s ที่กริยาหลัง does
- ❌ Does she likes tea?
- ✅ Does she like tea? หมายถึง เธอชอบชาไหม
คำตอบสั้นใช้รูปแบบนี้: Yes, I do. หรือ No, I don't. สำหรับ does ใช้ Yes, he does. หรือ No, he doesn't.
กรณีที่ใช้ am, is และ are
กริยา to be ไม่ใช้ do/does มาช่วย ให้เลือกตามประธาน
- I am: I am tired. หมายถึง ฉันเหนื่อย
- he, she, it is: She is a nurse. หมายถึง เธอเป็นพยาบาล
- you, we, they are: They are ready. หมายถึง พวกเขาพร้อมแล้ว
ทำคำถามโดยย้าย am, is, are ไว้หน้าประธาน: Is he at home? หมายถึง เขาอยู่บ้านไหม
ทำปฏิเสธโดยเติม not หลัง to be: We are not late. หมายถึง พวกเราไม่สาย
- ❌ Do you are a student?
- ✅ Are you a student? หมายถึง คุณเป็นนักเรียนไหม
- ✅ Do you study? หมายถึง คุณเรียนอยู่ไหม
ประโยคแรกถามสถานะว่าเป็นนักเรียนหรือไม่ ส่วนประโยคที่สองถามการกระทำ ทั้งสองประโยคจึงใช้โครงสร้างต่างกัน
ตำแหน่งคำบอกความถี่
คำอย่าง always, usually, often, sometimes, rarely, never มักวางหน้ากริยาหลัก
- I usually walk to work. หมายถึง ปกติฉันเดินไปทำงาน
- He often cooks dinner. หมายถึง เขาทำอาหารเย็นบ่อยๆ
- They never eat meat. หมายถึง พวกเขาไม่เคยกินเนื้อสัตว์
ถ้ากริยาหลักคือ to be ให้วางคำบอกความถี่ไว้หลัง am, is, are: She is always kind. หมายถึง เธอใจดีเสมอ
Present Simple กับ Present Continuous
ใช้ Present Simple เมื่อพูดถึงกิจวัตรหรือสิ่งที่เป็นปกติ: I read before bed. หมายถึง ฉันอ่านหนังสือก่อนนอนเป็นประจำ
ใช้ Present Continuous เมื่อกำลังเกิดขึ้นตอนนี้: I am reading now. หมายถึง ตอนนี้ฉันกำลังอ่านหนังสือ
ดังนั้น What do you do? มักถามอาชีพหรือกิจวัตร ส่วน What are you doing? ถามว่าตอนนี้กำลังทำอะไร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ❌ My brother work in a bank. ✅ My brother works in a bank. หมายถึง พี่ชายหรือน้องชายของฉันทำงานในธนาคาร ประธานเอกพจน์จึงต้องเติม -s
- ❌ She don't like fish. ✅ She doesn't like fish. หมายถึง เธอไม่ชอบปลา ใช้ doesn't กับ she
- ❌ Does he plays football? ✅ Does he play football? หมายถึง เขาเล่นฟุตบอลไหม หลัง does ใช้กริยารูปปกติ
- ❌ I am knowing the answer. ✅ I know the answer. หมายถึง ฉันรู้คำตอบ คำกริยาแสดงสภาวะอย่าง know โดยทั่วไปใช้ Present Simple
แบบฝึกหัด
เติมคำในวงเล็บให้เป็น Present Simple ที่ถูกต้อง
- Anna ______ (watch) the news every morning.
- We ______ (not eat) breakfast at work.
- ______ your parents ______ (live) in Bangkok?
- The library ______ (be) quiet.
- Tom ______ (study) English on Tuesdays.
- I ______ (not like) spicy food.
เฉลย
- watches: Anna watches the news every morning. ประธานเอกพจน์จึงใช้ watches
- don't eat: We don't eat breakfast at work. ใช้ don't กับ we และกริยาหลังจากนั้นเป็นรูปปกติ
- Do, live: Do your parents live in Bangkok? ประธาน your parents เป็นพหูพจน์ จึงใช้ Do
- is: The library is quiet. The library เป็นเอกพจน์ จึงใช้ is
- studies: Tom studies English on Tuesdays. คำว่า study เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม -es
- don't like: I don't like spicy food. ใช้ don't กับ I
สรุปวิธีจำอย่างรวดเร็ว
- ใช้ Present Simple กับกิจวัตร ข้อเท็จจริง ความชอบ และตารางเวลา
- ประธาน he, she, it ในประโยคบอกเล่าต้องเติม -s, -es หรือ -ies
- ใช้ do/does ในคำถามและปฏิเสธของกริยาทั่วไป
- หลัง does, doesn't ใช้กริยารูปปกติ ไม่เติม -s
- ประโยคที่ใช้ am, is, are ไม่ต้องใช้ do/does
ลองแต่งประโยคเกี่ยวกับกิจวัตรของตัวเอง 3 ประโยค ประโยคหนึ่งใช้ I อีกประโยคใช้ he หรือ she และอีกประโยคทำเป็นคำถาม จากนั้นตรวจว่าคำกริยาและตัวช่วยสอดคล้องกับประธานหรือไม่
5 นาที
ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที
ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ
