Blog/วิธีนัดหมอเป็นภาษาอังกฤษ: ประโยคโทรนัด หมอนัดติดตามอาการ และบทสนทนากับคนไข้
วิธีนัดหมอเป็นภาษาอังกฤษ: ประโยคโทรนัด หมอนัดติดตามอาการ และบทสนทนากับคนไข้

ผู้เขียน: Vocab Team

อัปเดตล่าสุด:

วิธีนัดหมอเป็นภาษาอังกฤษ: ประโยคโทรนัด หมอนัดติดตามอาการ และบทสนทนากับคนไข้

เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab

ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง

เป้าหมายของบทเรียนนี้

ถ้าคุณต้องโทรนัดหมอ พูดกับพนักงานต้อนรับ อ่านใบนัด หรืออธิบายอาการเป็นภาษาอังกฤษ บทเรียนนี้จะช่วยให้คุณพูดได้เป็นขั้นตอน โดยเน้นประโยคที่ใช้จริงในคลินิก โรงพยาบาล และร้านขายยา
บทเรียนนี้เหมาะกับคนที่ต้องการพูดเรื่องเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ:
  • นัดหมอ: make an appointment with a doctor
  • หมอนัดติดตามอาการ: follow-up appointment
  • ใบนัดหมอ: appointment card หรือ appointment letter
  • บทสนทนาหมอกับคนไข้: คำถามและคำตอบที่พบบ่อยระหว่างพบแพทย์
หมายเหตุ: บทเรียนนี้สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉิน ให้โทรเบอร์ฉุกเฉินของประเทศนั้นทันที เช่น 911 ในสหรัฐอเมริกา หรือ 999/112 ในสหราชอาณาจักร

คำศัพท์สำคัญก่อนนัดหมอ

Englishความหมายภาษาไทยใช้เมื่อไหร่
appointmentการนัดหมายนัดพบแพทย์หรือบริการสุขภาพ
doctorหมอ / แพทย์คำทั่วไป ใช้ได้ง่ายที่สุด
GP / family doctorแพทย์ทั่วไป / แพทย์ประจำครอบครัวมักเป็นด่านแรกก่อนส่งต่อ
specialistแพทย์เฉพาะทางเช่น หมอผิวหนัง หมอหัวใจ
receptionistพนักงานต้อนรับคนรับโทรศัพท์หรือลงทะเบียน
patientคนไข้ผู้รับการรักษา
symptomsอาการเช่น ไข้ ปวดหัว ไอ
prescriptionใบสั่งยาเอกสารหรือคำสั่งยาจากแพทย์
pharmacyร้านขายยาที่ไปรับหรือซื้อยา
referralใบส่งตัวใช้เมื่อต้องไปพบแพทย์เฉพาะทาง
follow-up appointmentนัดติดตามอาการนัดครั้งถัดไปหลังรักษาแล้ว
appointment cardใบนัด / บัตรนัดเอกสารสั้น ๆ ที่บอกวันเวลาและสถานที่นัด
คำว่า appointment ใช้กับการนัดที่เป็นทางการ เช่น นัดหมอ นัดสัมภาษณ์ หรือนัดประชุม ถ้าจะพูดว่า “นัดหมอ” ให้พูดว่า make an appointment with a doctor หรือ book an appointment with a doctor
ตัวอย่าง:
  • I’d like to make an appointment with a doctor, please.
    ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ
  • I need to book a follow-up appointment.
    ฉัน/ผมต้องการนัดติดตามอาการค่ะ/ครับ

โทรนัดหมอเป็นภาษาอังกฤษ

เวลานัดหมอทางโทรศัพท์ คุณไม่จำเป็นต้องพูดยาว ให้เริ่มด้วยประโยคสุภาพและบอกเหตุผลสั้น ๆ

ประโยคเปิดบทสนทนา

  • Hello, I’d like to make an appointment with a doctor, please.
    สวัสดีค่ะ/ครับ ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ
  • Hi, I’d like to book an appointment for this week, if possible.
    สวัสดีค่ะ/ครับ อยากนัดภายในสัปดาห์นี้ ถ้าเป็นไปได้ค่ะ/ครับ
  • I’m a new patient. Can I make an appointment?
    ฉัน/ผมเป็นคนไข้ใหม่ นัดพบแพทย์ได้ไหมคะ/ครับ
  • I’m an existing patient, and I need to see the doctor again.
    ฉัน/ผมเป็นคนไข้เดิม และต้องการพบหมออีกครั้งค่ะ/ครับ

ถามวันและเวลาที่ว่าง

  • Do you have any appointments available today?
    วันนี้มีคิวว่างไหมคะ/ครับ
  • What times are available tomorrow?
    พรุ่งนี้มีเวลาไหนว่างบ้างคะ/ครับ
  • Is Dr. Smith available next Monday?
    คุณหมอสมิธว่างวันจันทร์หน้าหรือเปล่าคะ/ครับ
  • Could I have the earliest available appointment?
    ขอคิวที่เร็วที่สุดที่ว่างได้ไหมคะ/ครับ

บอกว่าต้องการนัดด่วน

ใช้คำว่า urgent เมื่ออาการค่อนข้างเร่งด่วน แต่ถ้าอันตรายทันทีให้ใช้ emergency และโทรฉุกเฉิน
  • I need an urgent appointment.
    ฉัน/ผมต้องการนัดด่วนค่ะ/ครับ
  • My symptoms are getting worse. Is there any appointment today?
    อาการแย่ลง มีคิววันนี้ไหมคะ/ครับ
  • This is not an emergency, but I’d like to see a doctor as soon as possible.
    ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ฉัน/ผมอยากพบแพทย์ให้เร็วที่สุดค่ะ/ครับ

ตัวอย่างบทสนทนา: โทรนัดหมอ

Receptionist: Good morning, City Clinic. How can I help you?
พนักงานต้อนรับ: สวัสดีค่ะ/ครับ คลินิกซิตี้ มีอะไรให้ช่วยคะ/ครับ
Patient: Hello, I’d like to make an appointment with a doctor, please.
คนไข้: สวัสดีค่ะ/ครับ ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ
Receptionist: Are you a new patient?
พนักงานต้อนรับ: เป็นคนไข้ใหม่หรือเปล่าคะ/ครับ
Patient: Yes, I’m a new patient.
คนไข้: ใช่ค่ะ/ครับ เป็นคนไข้ใหม่
Receptionist: What seems to be the problem?
พนักงานต้อนรับ: มีอาการอะไรคะ/ครับ
Patient: I’ve had a sore throat and a fever for two days.
คนไข้: เจ็บคอและมีไข้มาสองวันแล้วค่ะ/ครับ
Receptionist: We have an appointment tomorrow at 10 a.m.
พนักงานต้อนรับ: มีคิวพรุ่งนี้สิบโมงเช้าค่ะ/ครับ
Patient: That works for me. Thank you.
คนไข้: เวลานั้นได้ค่ะ/ครับ ขอบคุณค่ะ/ครับ
Receptionist: Please bring your ID and insurance card.
พนักงานต้อนรับ: กรุณานำบัตรประจำตัวและบัตรประกันมาด้วยค่ะ/ครับ

ถ้าต้องเลื่อนนัด ยกเลิกนัด หรือยืนยันนัด

ชีวิตจริงอาจต้องเลื่อนนัดหรือถามซ้ำเรื่องเวลา ใช้ประโยคเหล่านี้ได้อย่างสุภาพ

เลื่อนนัดหมอ

  • I need to reschedule my appointment.
    ฉัน/ผมต้องการเลื่อนนัดค่ะ/ครับ
  • Could I move my appointment to another day?
    ขอเปลี่ยนนัดไปวันอื่นได้ไหมคะ/ครับ
  • I can’t make it on Friday. Do you have any openings next week?
    วันศุกร์ไปไม่ได้ค่ะ/ครับ สัปดาห์หน้ามีคิวว่างไหมคะ/ครับ

ยกเลิกนัดหมอ

  • I need to cancel my appointment.
    ฉัน/ผมต้องการยกเลิกนัดค่ะ/ครับ
  • I’m sorry, but I won’t be able to come to my appointment today.
    ขอโทษค่ะ/ครับ วันนี้ฉัน/ผมไม่สามารถไปตามนัดได้

ยืนยันนัดหมอ

  • I’m calling to confirm my appointment.
    โทรมาเพื่อยืนยันนัดค่ะ/ครับ
  • Could you confirm the date and time of my appointment?
    ช่วยยืนยันวันและเวลานัดให้หน่อยได้ไหมคะ/ครับ
  • What should I bring to the appointment?
    ต้องนำอะไรไปในวันนัดบ้างคะ/ครับ

ใบนัดหมอ ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร

คำว่า “ใบนัดหมอ” ในภาษาอังกฤษพูดได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับรูปแบบเอกสาร
  • appointment card: บัตรนัดหรือใบนัดแบบสั้น มักมีวัน เวลา ชื่อแพทย์ และสถานที่
  • appointment letter: จดหมายนัด มักเป็นเอกสารทางการมากกว่า
  • appointment slip: ใบนัดขนาดเล็ก ใช้ในบางสถานพยาบาล
  • appointment details: รายละเอียดนัด ใช้เมื่อดูในอีเมล แอป หรือข้อความ
ตัวอย่างประโยค:
  • Could I have an appointment card, please?
    ขอใบนัดได้ไหมคะ/ครับ
  • I lost my appointment card. Could you print another one?
    ฉัน/ผมทำใบนัดหาย ช่วยพิมพ์ให้ใหม่ได้ไหมคะ/ครับ
  • Can you send the appointment details by email?
    ช่วยส่งรายละเอียดนัดทางอีเมลได้ไหมคะ/ครับ
  • My appointment letter says I should arrive 15 minutes early.
    จดหมายนัดระบุว่าควรมาถึงก่อนเวลานัด 15 นาทีค่ะ/ครับ

หมอนัดติดตามอาการ ภาษาอังกฤษ

คำที่ใช้บ่อยที่สุดคือ follow-up appointment หมายถึงการนัดครั้งถัดไปเพื่อติดตามผลการรักษา ตรวจอาการซ้ำ หรือดูผลตรวจ
ตัวอย่างประโยค:
  • The doctor asked me to come back for a follow-up appointment.
    หมอให้ฉัน/ผมกลับมาตามนัดเพื่อติดตามอาการค่ะ/ครับ
  • I need to schedule a follow-up appointment in two weeks.
    ฉัน/ผมต้องนัดติดตามอาการในอีกสองสัปดาห์ค่ะ/ครับ
  • Is this a follow-up appointment or a new appointment?
    นี่เป็นนัดติดตามอาการหรือนัดใหม่คะ/ครับ
  • I’m here for my follow-up appointment with Dr. Lee.
    ฉัน/ผมมาพบนัดติดตามอาการกับคุณหมอลีค่ะ/ครับ
ถ้าพูดว่า “หมอนัดให้มาตรวจอีกครั้ง” สามารถใช้ประโยคนี้:
  • The doctor wants to see me again next month.
    หมอต้องการพบฉัน/ผมอีกครั้งเดือนหน้าค่ะ/ครับ

การอธิบายอาการให้หมอฟัง

เวลาหมอถามว่า What brings you in today? หรือ What seems to be the problem? หมายถึง “วันนี้มาด้วยอาการอะไร” คุณตอบเป็นโครงสร้างง่าย ๆ ได้ดังนี้
I have + อาการ
ใช้กับอาการที่มีตอนนี้
  • I have a fever.
    มีไข้ค่ะ/ครับ
  • I have a cough.
    ไอค่ะ/ครับ
  • I have a stomachache.
    ปวดท้องค่ะ/ครับ
I’ve had + อาการ + for + ระยะเวลา
ใช้เมื่อมีอาการมาระยะหนึ่งแล้ว
  • I’ve had a headache for three days.
    ปวดหัวมาสามวันแล้วค่ะ/ครับ
  • I’ve had chest pain since this morning.
    เจ็บหน้าอกตั้งแต่เช้านี้ค่ะ/ครับ
  • I’ve had a rash for about a week.
    มีผื่นมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ค่ะ/ครับ
It hurts when + การกระทำ
ใช้บอกว่าเจ็บเวลาทำบางอย่าง
  • It hurts when I swallow.
    เจ็บเวลากลืนค่ะ/ครับ
  • It hurts when I walk.
    เจ็บเวลาเดินค่ะ/ครับ
  • It hurts when I breathe deeply.
    เจ็บเวลาหายใจลึก ๆ ค่ะ/ครับ

คำถามที่หมอมักถาม และวิธีตอบ

What brings you in today?

หมายถึง “วันนี้มาด้วยเรื่องอะไร”
  • I’ve had a sore throat and a fever for two days.
    เจ็บคอและมีไข้มาสองวันแล้วค่ะ/ครับ
  • I’m here because I’ve been feeling dizzy.
    มาพบหมอเพราะรู้สึกเวียนหัวค่ะ/ครับ

When did it start?

หมายถึง “เริ่มเมื่อไหร่”
  • It started yesterday.
    เริ่มเมื่อวานค่ะ/ครับ
  • It started about a week ago.
    เริ่มประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนค่ะ/ครับ

Where does it hurt?

หมายถึง “ปวดตรงไหน”
  • It hurts here, on the left side.
    ปวดตรงนี้ ด้านซ้ายค่ะ/ครับ
  • My lower back hurts.
    ปวดหลังส่วนล่างค่ะ/ครับ

Are you taking any medication?

หมายถึง “กำลังกินยาอะไรอยู่ไหม”
  • Yes, I’m taking blood pressure medication.
    ใช่ค่ะ/ครับ กำลังกินยาความดันอยู่
  • No, I’m not taking any medication.
    ไม่ค่ะ/ครับ ไม่ได้กินยาอะไรอยู่

Do you have any allergies?

หมายถึง “แพ้อะไรไหม”
  • I’m allergic to penicillin.
    แพ้เพนิซิลลินค่ะ/ครับ
  • I don’t have any known allergies.
    ไม่มีประวัติแพ้ที่ทราบค่ะ/ครับ

ตัวอย่างบทสนทนาหมอกับคนไข้เป็นภาษาอังกฤษ

Doctor: What brings you in today?
หมอ: วันนี้มาด้วยอาการอะไรคะ/ครับ
Patient: I’ve had a cough and a fever for three days.
คนไข้: ไอและมีไข้มาสามวันแล้วค่ะ/ครับ
Doctor: Do you have a sore throat?
หมอ: เจ็บคอไหมคะ/ครับ
Patient: Yes, my throat is sore, especially when I swallow.
คนไข้: เจ็บค่ะ/ครับ โดยเฉพาะเวลากลืน
Doctor: Are you taking any medication?
หมอ: กำลังกินยาอะไรอยู่ไหมคะ/ครับ
Patient: I took some over-the-counter cold medicine yesterday.
คนไข้: เมื่อวานกินยาแก้หวัดที่ซื้อได้เองค่ะ/ครับ
Doctor: Do you have any allergies?
หมอ: แพ้อะไรไหมคะ/ครับ
Patient: I don’t have any known allergies.
คนไข้: ไม่มีประวัติแพ้ที่ทราบค่ะ/ครับ
Doctor: I’ll examine your throat and listen to your chest.
หมอ: หมอจะตรวจคอและฟังเสียงปอดนะคะ/ครับ
Patient: Okay.
คนไข้: ได้ค่ะ/ครับ

ประโยคถามหมอเมื่อไม่เข้าใจ

การถามซ้ำเป็นเรื่องปกติและควรทำถ้าคุณไม่แน่ใจ
  • Could you say that again, please?
    ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมคะ/ครับ
  • Could you explain that in simpler words?
    ช่วยอธิบายด้วยคำที่ง่ายกว่านี้ได้ไหมคะ/ครับ
  • Could you write that down for me?
    ช่วยเขียนให้ฉัน/ผมได้ไหมคะ/ครับ
  • I’m not sure I understand. Do I need to take this medicine every day?
    ฉัน/ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกไหม ต้องกินยานี้ทุกวันหรือเปล่าคะ/ครับ
  • Can I ask one more question?
    ขอถามอีกหนึ่งคำถามได้ไหมคะ/ครับ

รับยาและคุยกับเภสัชกร

หลังพบแพทย์ คุณอาจต้องนำใบสั่งยาไปที่ร้านขายยา ใช้คำว่า fill a prescription แปลว่า “จัดยาตามใบสั่งยา”
  • I’d like to fill this prescription, please.
    ต้องการรับยาตามใบสั่งนี้ค่ะ/ครับ
  • How often should I take this medicine?
    ต้องกินยานี้บ่อยแค่ไหนคะ/ครับ
  • Should I take it with food?
    ต้องกินพร้อมอาหารไหมคะ/ครับ
  • Are there any side effects?
    มีผลข้างเคียงอะไรบ้างไหมคะ/ครับ
  • Can I take this with my other medication?
    กินยานี้ร่วมกับยาตัวอื่นของฉัน/ผมได้ไหมคะ/ครับ
  • Is there a generic version?
    มียาสามัญหรือยาทดแทนที่ราคาถูกกว่านี้ไหมคะ/ครับ

ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักเจอ

1. ใช้คำว่า meeting กับหมอ

คำว่า meeting ใช้กับการประชุมหรือพบปะทั่วไป แต่กับแพทย์ควรใช้ appointment
ไม่ควรพูด: I have a meeting with the doctor.
ควรพูด: I have an appointment with the doctor.
ความหมาย: ฉัน/ผมมีนัดกับหมอค่ะ/ครับ

2. แปล “หมอนัด” ตรงเกินไป

ภาษาอังกฤษไม่พูดว่า “doctor appointed me” ในความหมายทั่วไป ให้ใช้ว่าแพทย์ขอให้กลับมาอีกครั้ง หรือมีนัดติดตามอาการ
ควรพูด:
  • The doctor asked me to come back next week.
    หมอให้กลับมาอีกครั้งสัปดาห์หน้าค่ะ/ครับ
  • I have a follow-up appointment next week.
    ฉัน/ผมมีนัดติดตามอาการสัปดาห์หน้าค่ะ/ครับ

3. ลืมบอกระยะเวลาอาการ

แทนที่จะพูดแค่ I have a headache ควรเพิ่มระยะเวลาเพื่อให้หมอเข้าใจมากขึ้น
  • I’ve had a headache since yesterday.
    ปวดหัวตั้งแต่เมื่อวานค่ะ/ครับ
  • I’ve had stomach pain for two days.
    ปวดท้องมาสองวันแล้วค่ะ/ครับ

แบบฝึกหัด

ลองเติมประโยคภาษาอังกฤษให้เหมาะกับสถานการณ์ แล้วตรวจคำตอบด้านล่าง

ข้อ 1

คุณอยากโทรนัดพบแพทย์ ให้พูดว่าอะไร
A. I want a doctor meeting.
B. I’d like to make an appointment with a doctor, please.
C. I will meet doctor now.

ข้อ 2

คุณต้องการเลื่อนนัด ควรพูดว่าอะไร
A. I need to reschedule my appointment.
B. I need to remove my doctor.
C. I need to change my sickness.

ข้อ 3

“หมอนัดติดตามอาการ” ใช้คำว่าอะไรดีที่สุด
A. doctor meeting
B. follow-up appointment
C. symptom paper

ข้อ 4

แปลเป็นภาษาอังกฤษ: “ฉัน/ผมปวดหัวมาสามวันแล้ว”

ข้อ 5

แปลเป็นภาษาอังกฤษ: “ช่วยยืนยันวันและเวลานัดให้หน่อยได้ไหม”

ข้อ 6

ถ้าคุณไม่เข้าใจคำอธิบายของหมอ ควรถามอย่างสุภาพว่าอะไร
A. Could you explain that in simpler words?
B. You speak bad.
C. I don’t want English.

เฉลยแบบฝึกหัด

  1. B: I’d like to make an appointment with a doctor, please.
    ใช้สำหรับโทรหรือพูดกับคลินิกเพื่อขอนัดพบแพทย์อย่างสุภาพ
  2. A: I need to reschedule my appointment.
    reschedule หมายถึงเลื่อนหรือเปลี่ยนเวลานัด
  3. B: follow-up appointment
    หมายถึงนัดติดตามอาการหรือนัดครั้งถัดไปหลังจากพบแพทย์แล้ว
  4. I’ve had a headache for three days.
    ใช้โครงสร้าง I’ve had + อาการ + for + ระยะเวลา
  5. Could you confirm the date and time of my appointment?
    ใช้เมื่อต้องการตรวจสอบรายละเอียดนัดให้แน่ใจ
  6. A: Could you explain that in simpler words?
    เป็นประโยคสุภาพสำหรับขอให้หมออธิบายให้ง่ายขึ้น

สรุปประโยคที่ควรจำ

ถ้าจำได้ไม่กี่ประโยค ให้เริ่มจากชุดนี้:
  • I’d like to make an appointment with a doctor, please.
    ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ
  • I need to reschedule my appointment.
    ฉัน/ผมต้องการเลื่อนนัดค่ะ/ครับ
  • Could you confirm the date and time of my appointment?
    ช่วยยืนยันวันและเวลานัดให้หน่อยได้ไหมคะ/ครับ
  • I’ve had a fever for two days.
    มีไข้มาสองวันแล้วค่ะ/ครับ
  • I have a follow-up appointment next week.
    ฉัน/ผมมีนัดติดตามอาการสัปดาห์หน้าค่ะ/ครับ
  • Could you explain that in simpler words?
    ช่วยอธิบายด้วยคำที่ง่ายกว่านี้ได้ไหมคะ/ครับ
การนัดหมอเป็นภาษาอังกฤษจะง่ายขึ้นมากถ้าคุณพูดให้เป็นขั้นตอน: บอกว่าต้องการนัด บอกอาการสั้น ๆ ยืนยันวันเวลา และถามซ้ำเมื่อไม่เข้าใจ ประโยคเหล่านี้เพียงพอสำหรับการเริ่มสื่อสารอย่างมั่นใจในสถานการณ์จริง
5 นาที

ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที

ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ