
ผู้เขียน: Vocab Team
อัปเดตล่าสุด:
วิธีนัดหมอเป็นภาษาอังกฤษ: ประโยคโทรนัด หมอนัดติดตามอาการ และบทสนทนากับคนไข้
เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab
ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง
เป้าหมายของบทเรียนนี้
ถ้าคุณต้องโทรนัดหมอ พูดกับพนักงานต้อนรับ อ่านใบนัด หรืออธิบายอาการเป็นภาษาอังกฤษ บทเรียนนี้จะช่วยให้คุณพูดได้เป็นขั้นตอน โดยเน้นประโยคที่ใช้จริงในคลินิก โรงพยาบาล และร้านขายยา
บทเรียนนี้เหมาะกับคนที่ต้องการพูดเรื่องเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ:
- นัดหมอ: make an appointment with a doctor
- หมอนัดติดตามอาการ: follow-up appointment
- ใบนัดหมอ: appointment card หรือ appointment letter
- บทสนทนาหมอกับคนไข้: คำถามและคำตอบที่พบบ่อยระหว่างพบแพทย์
หมายเหตุ: บทเรียนนี้สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ถ้าเป็นเหตุฉุกเฉิน ให้โทรเบอร์ฉุกเฉินของประเทศนั้นทันที เช่น 911 ในสหรัฐอเมริกา หรือ 999/112 ในสหราชอาณาจักร
คำศัพท์สำคัญก่อนนัดหมอ
| English | ความหมายภาษาไทย | ใช้เมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| appointment | การนัดหมาย | นัดพบแพทย์หรือบริการสุขภาพ |
| doctor | หมอ / แพทย์ | คำทั่วไป ใช้ได้ง่ายที่สุด |
| GP / family doctor | แพทย์ทั่วไป / แพทย์ประจำครอบครัว | มักเป็นด่านแรกก่อนส่งต่อ |
| specialist | แพทย์เฉพาะทาง | เช่น หมอผิวหนัง หมอหัวใจ |
| receptionist | พนักงานต้อนรับ | คนรับโทรศัพท์หรือลงทะเบียน |
| patient | คนไข้ | ผู้รับการรักษา |
| symptoms | อาการ | เช่น ไข้ ปวดหัว ไอ |
| prescription | ใบสั่งยา | เอกสารหรือคำสั่งยาจากแพทย์ |
| pharmacy | ร้านขายยา | ที่ไปรับหรือซื้อยา |
| referral | ใบส่งตัว | ใช้เมื่อต้องไปพบแพทย์เฉพาะทาง |
| follow-up appointment | นัดติดตามอาการ | นัดครั้งถัดไปหลังรักษาแล้ว |
| appointment card | ใบนัด / บัตรนัด | เอกสารสั้น ๆ ที่บอกวันเวลาและสถานที่นัด |
คำว่า appointment ใช้กับการนัดที่เป็นทางการ เช่น นัดหมอ นัดสัมภาษณ์ หรือนัดประชุม ถ้าจะพูดว่า “นัดหมอ” ให้พูดว่า make an appointment with a doctor หรือ book an appointment with a doctor
ตัวอย่าง:
-
I’d like to make an appointment with a doctor, please.
ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ -
I need to book a follow-up appointment.
ฉัน/ผมต้องการนัดติดตามอาการค่ะ/ครับ
โทรนัดหมอเป็นภาษาอังกฤษ
เวลานัดหมอทางโทรศัพท์ คุณไม่จำเป็นต้องพูดยาว ให้เริ่มด้วยประโยคสุภาพและบอกเหตุผลสั้น ๆ
ประโยคเปิดบทสนทนา
-
Hello, I’d like to make an appointment with a doctor, please.
สวัสดีค่ะ/ครับ ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ -
Hi, I’d like to book an appointment for this week, if possible.
สวัสดีค่ะ/ครับ อยากนัดภายในสัปดาห์นี้ ถ้าเป็นไปได้ค่ะ/ครับ -
I’m a new patient. Can I make an appointment?
ฉัน/ผมเป็นคนไข้ใหม่ นัดพบแพทย์ได้ไหมคะ/ครับ -
I’m an existing patient, and I need to see the doctor again.
ฉัน/ผมเป็นคนไข้เดิม และต้องการพบหมออีกครั้งค่ะ/ครับ
ถามวันและเวลาที่ว่าง
-
Do you have any appointments available today?
วันนี้มีคิวว่างไหมคะ/ครับ -
What times are available tomorrow?
พรุ่งนี้มีเวลาไหนว่างบ้างคะ/ครับ -
Is Dr. Smith available next Monday?
คุณหมอสมิธว่างวันจันทร์หน้าหรือเปล่าคะ/ครับ -
Could I have the earliest available appointment?
ขอคิวที่เร็วที่สุดที่ว่างได้ไหมคะ/ครับ
บอกว่าต้องการนัดด่วน
ใช้คำว่า urgent เมื่ออาการค่อนข้างเร่งด่วน แต่ถ้าอันตรายทันทีให้ใช้ emergency และโทรฉุกเฉิน
-
I need an urgent appointment.
ฉัน/ผมต้องการนัดด่วนค่ะ/ครับ -
My symptoms are getting worse. Is there any appointment today?
อาการแย่ลง มีคิววันนี้ไหมคะ/ครับ -
This is not an emergency, but I’d like to see a doctor as soon as possible.
ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ฉัน/ผมอยากพบแพทย์ให้เร็วที่สุดค่ะ/ครับ
ตัวอย่างบทสนทนา: โทรนัดหมอ
Receptionist: Good morning, City Clinic. How can I help you?
พนักงานต้อนรับ: สวัสดีค่ะ/ครับ คลินิกซิตี้ มีอะไรให้ช่วยคะ/ครับ
พนักงานต้อนรับ: สวัสดีค่ะ/ครับ คลินิกซิตี้ มีอะไรให้ช่วยคะ/ครับ
Patient: Hello, I’d like to make an appointment with a doctor, please.
คนไข้: สวัสดีค่ะ/ครับ ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ
คนไข้: สวัสดีค่ะ/ครับ ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ
Receptionist: Are you a new patient?
พนักงานต้อนรับ: เป็นคนไข้ใหม่หรือเปล่าคะ/ครับ
พนักงานต้อนรับ: เป็นคนไข้ใหม่หรือเปล่าคะ/ครับ
Patient: Yes, I’m a new patient.
คนไข้: ใช่ค่ะ/ครับ เป็นคนไข้ใหม่
คนไข้: ใช่ค่ะ/ครับ เป็นคนไข้ใหม่
Receptionist: What seems to be the problem?
พนักงานต้อนรับ: มีอาการอะไรคะ/ครับ
พนักงานต้อนรับ: มีอาการอะไรคะ/ครับ
Patient: I’ve had a sore throat and a fever for two days.
คนไข้: เจ็บคอและมีไข้มาสองวันแล้วค่ะ/ครับ
คนไข้: เจ็บคอและมีไข้มาสองวันแล้วค่ะ/ครับ
Receptionist: We have an appointment tomorrow at 10 a.m.
พนักงานต้อนรับ: มีคิวพรุ่งนี้สิบโมงเช้าค่ะ/ครับ
พนักงานต้อนรับ: มีคิวพรุ่งนี้สิบโมงเช้าค่ะ/ครับ
Patient: That works for me. Thank you.
คนไข้: เวลานั้นได้ค่ะ/ครับ ขอบคุณค่ะ/ครับ
คนไข้: เวลานั้นได้ค่ะ/ครับ ขอบคุณค่ะ/ครับ
Receptionist: Please bring your ID and insurance card.
พนักงานต้อนรับ: กรุณานำบัตรประจำตัวและบัตรประกันมาด้วยค่ะ/ครับ
พนักงานต้อนรับ: กรุณานำบัตรประจำตัวและบัตรประกันมาด้วยค่ะ/ครับ
ถ้าต้องเลื่อนนัด ยกเลิกนัด หรือยืนยันนัด
ชีวิตจริงอาจต้องเลื่อนนัดหรือถามซ้ำเรื่องเวลา ใช้ประโยคเหล่านี้ได้อย่างสุภาพ
เลื่อนนัดหมอ
-
I need to reschedule my appointment.
ฉัน/ผมต้องการเลื่อนนัดค่ะ/ครับ -
Could I move my appointment to another day?
ขอเปลี่ยนนัดไปวันอื่นได้ไหมคะ/ครับ -
I can’t make it on Friday. Do you have any openings next week?
วันศุกร์ไปไม่ได้ค่ะ/ครับ สัปดาห์หน้ามีคิวว่างไหมคะ/ครับ
ยกเลิกนัดหมอ
-
I need to cancel my appointment.
ฉัน/ผมต้องการยกเลิกนัดค่ะ/ครับ -
I’m sorry, but I won’t be able to come to my appointment today.
ขอโทษค่ะ/ครับ วันนี้ฉัน/ผมไม่สามารถไปตามนัดได้
ยืนยันนัดหมอ
-
I’m calling to confirm my appointment.
โทรมาเพื่อยืนยันนัดค่ะ/ครับ -
Could you confirm the date and time of my appointment?
ช่วยยืนยันวันและเวลานัดให้หน่อยได้ไหมคะ/ครับ -
What should I bring to the appointment?
ต้องนำอะไรไปในวันนัดบ้างคะ/ครับ
ใบนัดหมอ ภาษาอังกฤษพูดว่าอะไร
คำว่า “ใบนัดหมอ” ในภาษาอังกฤษพูดได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับรูปแบบเอกสาร
- appointment card: บัตรนัดหรือใบนัดแบบสั้น มักมีวัน เวลา ชื่อแพทย์ และสถานที่
- appointment letter: จดหมายนัด มักเป็นเอกสารทางการมากกว่า
- appointment slip: ใบนัดขนาดเล็ก ใช้ในบางสถานพยาบาล
- appointment details: รายละเอียดนัด ใช้เมื่อดูในอีเมล แอป หรือข้อความ
ตัวอย่างประโยค:
-
Could I have an appointment card, please?
ขอใบนัดได้ไหมคะ/ครับ -
I lost my appointment card. Could you print another one?
ฉัน/ผมทำใบนัดหาย ช่วยพิมพ์ให้ใหม่ได้ไหมคะ/ครับ -
Can you send the appointment details by email?
ช่วยส่งรายละเอียดนัดทางอีเมลได้ไหมคะ/ครับ -
My appointment letter says I should arrive 15 minutes early.
จดหมายนัดระบุว่าควรมาถึงก่อนเวลานัด 15 นาทีค่ะ/ครับ
หมอนัดติดตามอาการ ภาษาอังกฤษ
คำที่ใช้บ่อยที่สุดคือ follow-up appointment หมายถึงการนัดครั้งถัดไปเพื่อติดตามผลการรักษา ตรวจอาการซ้ำ หรือดูผลตรวจ
ตัวอย่างประโยค:
-
The doctor asked me to come back for a follow-up appointment.
หมอให้ฉัน/ผมกลับมาตามนัดเพื่อติดตามอาการค่ะ/ครับ -
I need to schedule a follow-up appointment in two weeks.
ฉัน/ผมต้องนัดติดตามอาการในอีกสองสัปดาห์ค่ะ/ครับ -
Is this a follow-up appointment or a new appointment?
นี่เป็นนัดติดตามอาการหรือนัดใหม่คะ/ครับ -
I’m here for my follow-up appointment with Dr. Lee.
ฉัน/ผมมาพบนัดติดตามอาการกับคุณหมอลีค่ะ/ครับ
ถ้าพูดว่า “หมอนัดให้มาตรวจอีกครั้ง” สามารถใช้ประโยคนี้:
- The doctor wants to see me again next month.
หมอต้องการพบฉัน/ผมอีกครั้งเดือนหน้าค่ะ/ครับ
การอธิบายอาการให้หมอฟัง
เวลาหมอถามว่า What brings you in today? หรือ What seems to be the problem? หมายถึง “วันนี้มาด้วยอาการอะไร” คุณตอบเป็นโครงสร้างง่าย ๆ ได้ดังนี้
I have + อาการ
ใช้กับอาการที่มีตอนนี้
ใช้กับอาการที่มีตอนนี้
-
I have a fever.
มีไข้ค่ะ/ครับ -
I have a cough.
ไอค่ะ/ครับ -
I have a stomachache.
ปวดท้องค่ะ/ครับ
I’ve had + อาการ + for + ระยะเวลา
ใช้เมื่อมีอาการมาระยะหนึ่งแล้ว
ใช้เมื่อมีอาการมาระยะหนึ่งแล้ว
-
I’ve had a headache for three days.
ปวดหัวมาสามวันแล้วค่ะ/ครับ -
I’ve had chest pain since this morning.
เจ็บหน้าอกตั้งแต่เช้านี้ค่ะ/ครับ -
I’ve had a rash for about a week.
มีผื่นมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ค่ะ/ครับ
It hurts when + การกระทำ
ใช้บอกว่าเจ็บเวลาทำบางอย่าง
ใช้บอกว่าเจ็บเวลาทำบางอย่าง
-
It hurts when I swallow.
เจ็บเวลากลืนค่ะ/ครับ -
It hurts when I walk.
เจ็บเวลาเดินค่ะ/ครับ -
It hurts when I breathe deeply.
เจ็บเวลาหายใจลึก ๆ ค่ะ/ครับ
คำถามที่หมอมักถาม และวิธีตอบ
What brings you in today?
หมายถึง “วันนี้มาด้วยเรื่องอะไร”
-
I’ve had a sore throat and a fever for two days.
เจ็บคอและมีไข้มาสองวันแล้วค่ะ/ครับ -
I’m here because I’ve been feeling dizzy.
มาพบหมอเพราะรู้สึกเวียนหัวค่ะ/ครับ
When did it start?
หมายถึง “เริ่มเมื่อไหร่”
-
It started yesterday.
เริ่มเมื่อวานค่ะ/ครับ -
It started about a week ago.
เริ่มประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อนค่ะ/ครับ
Where does it hurt?
หมายถึง “ปวดตรงไหน”
-
It hurts here, on the left side.
ปวดตรงนี้ ด้านซ้ายค่ะ/ครับ -
My lower back hurts.
ปวดหลังส่วนล่างค่ะ/ครับ
Are you taking any medication?
หมายถึง “กำลังกินยาอะไรอยู่ไหม”
-
Yes, I’m taking blood pressure medication.
ใช่ค่ะ/ครับ กำลังกินยาความดันอยู่ -
No, I’m not taking any medication.
ไม่ค่ะ/ครับ ไม่ได้กินยาอะไรอยู่
Do you have any allergies?
หมายถึง “แพ้อะไรไหม”
-
I’m allergic to penicillin.
แพ้เพนิซิลลินค่ะ/ครับ -
I don’t have any known allergies.
ไม่มีประวัติแพ้ที่ทราบค่ะ/ครับ
ตัวอย่างบทสนทนาหมอกับคนไข้เป็นภาษาอังกฤษ
Doctor: What brings you in today?
หมอ: วันนี้มาด้วยอาการอะไรคะ/ครับ
หมอ: วันนี้มาด้วยอาการอะไรคะ/ครับ
Patient: I’ve had a cough and a fever for three days.
คนไข้: ไอและมีไข้มาสามวันแล้วค่ะ/ครับ
คนไข้: ไอและมีไข้มาสามวันแล้วค่ะ/ครับ
Doctor: Do you have a sore throat?
หมอ: เจ็บคอไหมคะ/ครับ
หมอ: เจ็บคอไหมคะ/ครับ
Patient: Yes, my throat is sore, especially when I swallow.
คนไข้: เจ็บค่ะ/ครับ โดยเฉพาะเวลากลืน
คนไข้: เจ็บค่ะ/ครับ โดยเฉพาะเวลากลืน
Doctor: Are you taking any medication?
หมอ: กำลังกินยาอะไรอยู่ไหมคะ/ครับ
หมอ: กำลังกินยาอะไรอยู่ไหมคะ/ครับ
Patient: I took some over-the-counter cold medicine yesterday.
คนไข้: เมื่อวานกินยาแก้หวัดที่ซื้อได้เองค่ะ/ครับ
คนไข้: เมื่อวานกินยาแก้หวัดที่ซื้อได้เองค่ะ/ครับ
Doctor: Do you have any allergies?
หมอ: แพ้อะไรไหมคะ/ครับ
หมอ: แพ้อะไรไหมคะ/ครับ
Patient: I don’t have any known allergies.
คนไข้: ไม่มีประวัติแพ้ที่ทราบค่ะ/ครับ
คนไข้: ไม่มีประวัติแพ้ที่ทราบค่ะ/ครับ
Doctor: I’ll examine your throat and listen to your chest.
หมอ: หมอจะตรวจคอและฟังเสียงปอดนะคะ/ครับ
หมอ: หมอจะตรวจคอและฟังเสียงปอดนะคะ/ครับ
Patient: Okay.
คนไข้: ได้ค่ะ/ครับ
คนไข้: ได้ค่ะ/ครับ
ประโยคถามหมอเมื่อไม่เข้าใจ
การถามซ้ำเป็นเรื่องปกติและควรทำถ้าคุณไม่แน่ใจ
-
Could you say that again, please?
ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมคะ/ครับ -
Could you explain that in simpler words?
ช่วยอธิบายด้วยคำที่ง่ายกว่านี้ได้ไหมคะ/ครับ -
Could you write that down for me?
ช่วยเขียนให้ฉัน/ผมได้ไหมคะ/ครับ -
I’m not sure I understand. Do I need to take this medicine every day?
ฉัน/ผมไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกไหม ต้องกินยานี้ทุกวันหรือเปล่าคะ/ครับ -
Can I ask one more question?
ขอถามอีกหนึ่งคำถามได้ไหมคะ/ครับ
รับยาและคุยกับเภสัชกร
หลังพบแพทย์ คุณอาจต้องนำใบสั่งยาไปที่ร้านขายยา ใช้คำว่า fill a prescription แปลว่า “จัดยาตามใบสั่งยา”
-
I’d like to fill this prescription, please.
ต้องการรับยาตามใบสั่งนี้ค่ะ/ครับ -
How often should I take this medicine?
ต้องกินยานี้บ่อยแค่ไหนคะ/ครับ -
Should I take it with food?
ต้องกินพร้อมอาหารไหมคะ/ครับ -
Are there any side effects?
มีผลข้างเคียงอะไรบ้างไหมคะ/ครับ -
Can I take this with my other medication?
กินยานี้ร่วมกับยาตัวอื่นของฉัน/ผมได้ไหมคะ/ครับ -
Is there a generic version?
มียาสามัญหรือยาทดแทนที่ราคาถูกกว่านี้ไหมคะ/ครับ
ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักเจอ
1. ใช้คำว่า meeting กับหมอ
คำว่า meeting ใช้กับการประชุมหรือพบปะทั่วไป แต่กับแพทย์ควรใช้ appointment
ไม่ควรพูด: I have a meeting with the doctor.
ควรพูด: I have an appointment with the doctor.
ความหมาย: ฉัน/ผมมีนัดกับหมอค่ะ/ครับ
ควรพูด: I have an appointment with the doctor.
ความหมาย: ฉัน/ผมมีนัดกับหมอค่ะ/ครับ
2. แปล “หมอนัด” ตรงเกินไป
ภาษาอังกฤษไม่พูดว่า “doctor appointed me” ในความหมายทั่วไป ให้ใช้ว่าแพทย์ขอให้กลับมาอีกครั้ง หรือมีนัดติดตามอาการ
ควรพูด:
-
The doctor asked me to come back next week.
หมอให้กลับมาอีกครั้งสัปดาห์หน้าค่ะ/ครับ -
I have a follow-up appointment next week.
ฉัน/ผมมีนัดติดตามอาการสัปดาห์หน้าค่ะ/ครับ
3. ลืมบอกระยะเวลาอาการ
แทนที่จะพูดแค่ I have a headache ควรเพิ่มระยะเวลาเพื่อให้หมอเข้าใจมากขึ้น
-
I’ve had a headache since yesterday.
ปวดหัวตั้งแต่เมื่อวานค่ะ/ครับ -
I’ve had stomach pain for two days.
ปวดท้องมาสองวันแล้วค่ะ/ครับ
แบบฝึกหัด
ลองเติมประโยคภาษาอังกฤษให้เหมาะกับสถานการณ์ แล้วตรวจคำตอบด้านล่าง
ข้อ 1
คุณอยากโทรนัดพบแพทย์ ให้พูดว่าอะไร
A. I want a doctor meeting.
B. I’d like to make an appointment with a doctor, please.
C. I will meet doctor now.
B. I’d like to make an appointment with a doctor, please.
C. I will meet doctor now.
ข้อ 2
คุณต้องการเลื่อนนัด ควรพูดว่าอะไร
A. I need to reschedule my appointment.
B. I need to remove my doctor.
C. I need to change my sickness.
B. I need to remove my doctor.
C. I need to change my sickness.
ข้อ 3
“หมอนัดติดตามอาการ” ใช้คำว่าอะไรดีที่สุด
A. doctor meeting
B. follow-up appointment
C. symptom paper
B. follow-up appointment
C. symptom paper
ข้อ 4
แปลเป็นภาษาอังกฤษ: “ฉัน/ผมปวดหัวมาสามวันแล้ว”
ข้อ 5
แปลเป็นภาษาอังกฤษ: “ช่วยยืนยันวันและเวลานัดให้หน่อยได้ไหม”
ข้อ 6
ถ้าคุณไม่เข้าใจคำอธิบายของหมอ ควรถามอย่างสุภาพว่าอะไร
A. Could you explain that in simpler words?
B. You speak bad.
C. I don’t want English.
B. You speak bad.
C. I don’t want English.
เฉลยแบบฝึกหัด
-
B: I’d like to make an appointment with a doctor, please.
ใช้สำหรับโทรหรือพูดกับคลินิกเพื่อขอนัดพบแพทย์อย่างสุภาพ -
A: I need to reschedule my appointment.
reschedule หมายถึงเลื่อนหรือเปลี่ยนเวลานัด -
B: follow-up appointment
หมายถึงนัดติดตามอาการหรือนัดครั้งถัดไปหลังจากพบแพทย์แล้ว -
I’ve had a headache for three days.
ใช้โครงสร้าง I’ve had + อาการ + for + ระยะเวลา -
Could you confirm the date and time of my appointment?
ใช้เมื่อต้องการตรวจสอบรายละเอียดนัดให้แน่ใจ -
A: Could you explain that in simpler words?
เป็นประโยคสุภาพสำหรับขอให้หมออธิบายให้ง่ายขึ้น
สรุปประโยคที่ควรจำ
ถ้าจำได้ไม่กี่ประโยค ให้เริ่มจากชุดนี้:
-
I’d like to make an appointment with a doctor, please.
ฉัน/ผมอยากนัดพบแพทย์ค่ะ/ครับ -
I need to reschedule my appointment.
ฉัน/ผมต้องการเลื่อนนัดค่ะ/ครับ -
Could you confirm the date and time of my appointment?
ช่วยยืนยันวันและเวลานัดให้หน่อยได้ไหมคะ/ครับ -
I’ve had a fever for two days.
มีไข้มาสองวันแล้วค่ะ/ครับ -
I have a follow-up appointment next week.
ฉัน/ผมมีนัดติดตามอาการสัปดาห์หน้าค่ะ/ครับ -
Could you explain that in simpler words?
ช่วยอธิบายด้วยคำที่ง่ายกว่านี้ได้ไหมคะ/ครับ
การนัดหมอเป็นภาษาอังกฤษจะง่ายขึ้นมากถ้าคุณพูดให้เป็นขั้นตอน: บอกว่าต้องการนัด บอกอาการสั้น ๆ ยืนยันวันเวลา และถามซ้ำเมื่อไม่เข้าใจ ประโยคเหล่านี้เพียงพอสำหรับการเริ่มสื่อสารอย่างมั่นใจในสถานการณ์จริง
5 นาที
ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที
ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ