Blog/10 สำนวนภาษาอังกฤษ 2025: พูดให้โปรเหมือนเจ้าของภาษา (ภาค 2)

เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab

ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง

10 สำนวนภาษาอังกฤษ 2025: พูดให้โปรเหมือนเจ้าของภาษา (ภาค 2)

10 สำนวนภาษาอังกฤษ 2025: พูดให้โปรเหมือนเจ้าของภาษา (ภาค 2)

พูดเหมือนเจ้าของภาษาปี 2025: 10 สำนวนภาษาอังกฤษที่ต้องรู้ (ภาค 2)

ในภาคแรก เราได้เริ่มเรียนรู้สำนวนที่ทำให้การพูดมีชีวิตชีวาและช่วยให้เข้าใจเจ้าของภาษาได้ดีขึ้น แต่การเดินทางสู่โลกของภาษาที่ใช้กันจริงๆ ยังไม่จบแค่นี้! สำนวนไม่ได้เป็นเพียงแค่วลีสวยๆ แต่เป็นรหัสทางวัฒนธรรม เป็นกุญแจสู่การเข้าใจอารมณ์ขัน ความรู้สึก และความหมายที่ซ่อนอยู่ การใช้สำนวนได้อย่างมั่นใจคือสัญญาณที่ชัดเจนของความเชี่ยวชาญในภาษาระดับสูง ทั้งในการสนทนาที่ไม่เป็นทางการและในแวดวงธุรกิจ
ในบทความนี้ เราจะมาดูอีก 10 สำนวนที่ใช้กันบ่อย ซึ่งคุณจะได้ยินอย่างแน่นอนในภาพยนตร์ การประชุมทางธุรกิจ และการสนทนาในชีวิตประจำวันปี 2025 พร้อมที่จะพูดได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้วหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันต่อเลย!

10 สำนวนที่จะทำให้การพูดของคุณมีชีวิตชีวาและเป็นธรรมชาติ

1. Call it a day — «พอแค่นี้สำหรับวันนี้», «เลิกงานกันเถอะ»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: เป็นวิธีที่สุภาพและใช้ได้ทั่วไปในการเสนอให้ยุติกิจกรรมใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การประชุม หรือแม้แต่การทำความสะอาด สำนวนนี้ฟังดูเป็นธรรมชาติทั้งในที่ทำงานและในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการ ช่วยสรุปจบได้อย่างนุ่มนวลและหลีกเลี่ยงความอึดอัด
วิธีใช้:
  • "We've been working for eight hours straight. I'm getting tired, let’s call it a day." — «เราทำงานติดต่อกันมา 8 ชั่วโมงแล้ว ฉันเริ่มเหนื่อยแล้วล่ะ พอแค่นี้สำหรับวันนี้เถอะ»
  • "This meeting isn't productive anymore. I think we should call it a day and continue tomorrow with fresh ideas." — «การประชุมนี้เริ่มไม่คืบหน้าแล้ว ฉันคิดว่าเราควรพอแค่นี้ก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาต่อพร้อมกับไอเดียใหม่ๆ»
  • "Okay team, we've brainstormed some great ideas. Let's call it a day and review them in the morning." — «โอเคทีม เราได้ไอเดียดีๆ กันมาเยอะแล้ว วันนี้พอแค่นี้ก่อน แล้วตอนเช้าค่อยมาทบทวนกันอีกที»

2. The ball is in your court — «ตาคุณแล้ว», «ลูกอยู่ในสนามของคุณแล้ว»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: เป็นวลีที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเจรจาต่อรองและสถานการณ์ที่ต้องการการตอบสนองจากอีกฝ่าย มันสื่อสารอย่างชัดเจนว่าคุณได้ทำในส่วนของคุณแล้ว (เช่น ยื่นข้อเสนอ) และตอนนี้กำลังรอการตัดสินใจจากคู่สนทนา เป็นการส่งต่อความรับผิดชอบในขั้นตอนต่อไปให้อีกฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีใช้:
  • "I’ve given you my final offer. Now the ball is in your court." — «ฉันให้ข้อเสนอสุดท้ายของฉันไปแล้ว ตอนนี้ก็ตาคุณแล้วที่จะตัดสินใจ»
  • "We've done everything we can to help. The ball is in your court now, you have to make a decision." — «เราทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อช่วยแล้ว ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วนะ คุณต้องตัดสินใจ»
  • "I've apologized and explained my side. The ball is in your court if you want to fix our friendship." — «ฉันขอโทษและอธิบายในมุมของฉันไปแล้ว ถ้าอยากจะรักษามิตรภาพของเราไว้ ก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้วล่ะ»

3. Let the cat out of the bag — «เผยความลับ», «หลุดปากพูดความลับออกไป»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: เป็นสำนวนที่เห็นภาพชัดเจน ใช้อธิบายการเปิดเผยความลับโดยไม่ได้ตั้งใจหรือตั้งใจก็ตาม เป็นที่นิยมใช้กันมากและมีความหมายเหมือนกับอีกวลีที่รู้จักกันดีคือ "spill the beans" ใช้สำนวนนี้เพื่อเล่าเรื่องความลับที่ถูกเปิดเผยในการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ
วิธีใช้:
  • "Who let the cat out of the bag about the surprise party for Jane?" — «ใครเป็นคนหลุดปากเรื่องปาร์ตี้เซอร์ไพรส์ของเจนเนี่ย?»
  • "I was trying to keep the gift a secret, but my little brother let the cat out of the bag the moment he saw her." — «ฉันพยายามจะเก็บของขวัญเป็นความลับ แต่น้องชายฉันดันหลุดปากพูดออกไปทันทีที่เจอเธอ»
  • "She let the cat out of the bag about her new job during dinner." — «เธอเผลอหลุดปากเรื่องงานใหม่ของเธอระหว่างมื้อค่ำ»

4. Hit the sack — «ไปนอน», «หัวถึงหมอน»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: เป็นสำนวนที่ไม่เป็นทางการและเป็นที่นิยมมาก หากคุณต้องการบอกว่าเหนื่อยมากและกำลังจะไปนอน วลีนี้จะฟังดูเป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อพูดคุยกับเพื่อนหรือครอบครัว ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในการสื่อสารทางธุรกิจหรือการสนทนาที่เป็นทางการ
วิธีใช้:
  • "I’m exhausted after that long trip. I’m going to hit the sack right now." — «ฉันเหนื่อยสุดๆ เลยหลังจากการเดินทางไกลครั้งนั้น คืนนี้ขอตัวไปนอนก่อนเลยนะ»
  • "It's almost midnight. Let's hit the sack, we have an early start tomorrow." — «นี่เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้เราต้องตื่นเช้า»
  • "I have a big exam tomorrow, so I need to hit the sack early tonight." — «พรุ่งนี้ฉันมีสอบสำคัญ คืนนี้เลยต้องรีบเข้านอนหน่อย»

5. On the same page — «เข้าใจตรงกัน», «คิดเหมือนกัน»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: เป็นสำนวนที่ขาดไม่ได้ในการทำงานและโปรเจกต์ที่ทำเป็นทีม ช่วยตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วว่าทุกคนในทีมเข้าใจเป้าหมาย งาน และสถานการณ์ปัจจุบันตรงกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
วิธีใช้:
  • "Before we start the project, let's have a quick meeting to make sure we're all on the same page." — «ก่อนที่เราจะเริ่มโปรเจกต์ เรามาประชุมสั้นๆ กันก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนเข้าใจตรงกัน»
  • "Are we on the same page about the budget for this campaign? I need to know we agree on the numbers." — «เรื่องงบประมาณสำหรับแคมเปญนี้ เราเข้าใจตรงกันใช่ไหม? ฉันต้องแน่ใจว่าเราเห็นตรงกันเรื่องตัวเลข»
  • "I want to confirm we are on the same page regarding the client's expectations." — «ฉันต้องการยืนยันว่าเราเข้าใจความคาดหวังของลูกค้าตรงกัน»

6. Cut to the chase — «เข้าเรื่องเลย», «พูดถึงแก่นเลย»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: ใช้เพื่อขอให้คู่สนทนาพูดเข้าประเด็นโดยไม่มีการเกริ่นนำยืดยาว (จะสุภาพหรือไม่ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการประหยัดเวลาในการประชุมที่ต้องการการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
วิธีใช้:
  • "We don't have much time, so let's cut to the chase. What is your proposal?" — «เรามีเวลาไม่มาก งั้นเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ข้อเสนอของคุณคืออะไร?»
  • "I'll cut to the chase — we're over budget and need more funding to complete the project." — «ฉันขอพูดเข้าเรื่องเลยนะ — ตอนนี้เราใช้งบเกินและต้องการเงินทุนเพิ่มเพื่อทำโปรเจกต์ให้เสร็จ»
  • "Look, I know you're busy, so I'll cut to the chase. I need your help." — «ฟังนะ ฉันรู้ว่าคุณยุ่งอยู่ งั้นฉันขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณ»

7. In hot water — «เจอปัญหา», «เดือดร้อน»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: สำนวนนี้อธิบายสถานการณ์ที่ใครบางคนกำลังตกที่นั่งลำบากหรือเจอปัญหาได้อย่างเห็นภาพ ซึ่งบ่อยครั้งเกิดจากการกระทำของตัวเองและมักจะเกี่ยวข้องกับผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่า (เจ้านาย, พ่อแม่, ตำรวจ)
วิธีใช้:
  • "He’s in hot water with his boss for missing an important deadline." — «เขาเดือดร้อนแน่ๆ เพราะโดนเจ้านายเล่นงานเรื่องที่ส่งงานไม่ทันเดดไลน์สำคัญ»
  • "If my parents find out I broke the vase, I'll be in hot water for a week." — «ถ้าพ่อแม่รู้ว่าฉันทำแจกันแตก ฉันต้องเจอปัญหาไปเป็นอาทิตย์แน่ๆ»
  • "The company is in hot water over the recent data leak." — «บริษัทกำลังเจอปัญหาใหญ่เกี่ยวกับข้อมูลที่รั่วไหลล่าสุด»

8. Pull someone’s leg — «แกล้งเล่น», «ล้อเล่น»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: หมายถึงการหยอกล้อใครบางคนแบบขำๆ โดยพูดในสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องจริง การเข้าใจสำนวนนี้สำคัญมากเพื่อที่จะได้ตอบสนองต่อมุกตลกของเจ้าของภาษาได้อย่างถูกต้องและไม่โกรธเคืองกับเรื่องล้อเล่น
วิธีใช้:
  • "Wait, you didn't actually win the lottery, did you? You're just pulling my leg!" — «เดี๋ยวนะ คุณไม่ได้ถูกลอตเตอรี่จริงๆ ใช่ไหม? คุณแค่ล้อฉันเล่นใช่ไหมเนี่ย!»
  • "Don't worry, he was just pulling your leg when he said the meeting was cancelled. He didn't mean it." — «ไม่ต้องกังวลหรอก เขาแค่แกล้งคุณเล่นตอนที่บอกว่าการประชุมถูกยกเลิก เขาไม่ได้หมายความตามนั้นจริงๆ»
  • "Is he serious or just pulling my leg about moving to Antarctica?" — «เขาพูดจริงหรือแค่ล้อฉันเล่นเรื่องที่จะย้ายไปแอนตาร์กติกา?»

9. Go the extra mile — «ทำเกินหน้าที่», «ทุ่มเทเต็มที่»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการชมเชยใครบางคนสำหรับความขยันหมั่นเพียรหรือเพื่ออธิบายแนวทางการทำงานของคุณ สำนวนนี้บ่งบอกถึงคนที่ไม่เพียงแค่ทำตามหน้าที่ แต่ยังพยายามทำมากกว่าที่คาดหวังเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
วิธีใช้:
  • "She always goes the extra mile to help her students succeed." — «เธอทุ่มเทเต็มที่เสมอเพื่อช่วยให้นักเรียนของเธอประสบความสำเร็จ»
  • "The hotel staff really went the extra mile to make our stay unforgettable." — «พนักงานโรงแรมทุ่มเทบริการอย่างเต็มที่เพื่อให้การเข้าพักของเราน่าจดจำ»
  • "If you want a promotion, you need to show that you're willing to go the extra mile." — «ถ้าคุณอยากได้เลื่อนตำแหน่ง คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณพร้อมที่จะทุ่มเททำงานเกินกว่าที่คาดหวัง»

10. Speak of the devil — «ตายยากจริง», «พูดถึงก็มาเลย»

ทำไมสำนวนนี้ถึงต้องรู้: เป็นวลีที่ใช้กันบ่อยมาก เมื่อคนที่กำลังพูดถึงอยู่นั้นปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด เป็นสำนวนที่ตรงกับคำพูดของคนไทยและเป็นที่นิยมมาก ซึ่งจะช่วยให้คุณฟังดูเป็นธรรมชาติ
วิธีใช้:
  • "I wonder where Sarah is... Oh, speak of the devil, here she comes now!" — «สงสัยจังว่าซาร่าอยู่ไหน... โอ๊ะ พูดถึงก็มาเลย นั่นไงเธอกำลังเดินมา!»
  • "We were just talking about your new project, Mark. Speak of the devil!" — «เราเพิ่งจะคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ของนายอยู่เลยมาร์ค ตายยากจริงๆ!»
  • "I was just about to call you... well, speak of the devil!" — «ฉันกำลังจะโทรหาคุณพอดี... แหม พูดถึงก็มาเลยนะ!»

บทสรุป

ตอนนี้ในคลังศัพท์ของคุณมีเครื่องมือทรงพลังเพิ่มขึ้นอีก 10 อย่างที่จะทำให้การพูดภาษาอังกฤษของคุณสมบูรณ์และสื่อความหมายได้ดียิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ากลัวที่จะฝึกฝน! ลองเลือกสำนวนหนึ่งหรือสองสำนวนที่คุณชอบที่สุด แล้วลองใช้ในการสนทนาหรือการเขียนข้อความในเร็วๆ นี้ เมื่อฝึกฝนบ่อยๆ การใช้สำนวนเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับคุณ และคุณจะสังเกตได้ว่าไม่เพียงแต่จะเข้าใจเจ้าของภาษาได้ง่ายขึ้น แต่ยังสามารถแสดงความคิดของคุณได้อย่างชัดเจนและน่าสนใจอีกด้วย
สำนวนไหนในลิสต์นี้ที่คุณคิดว่ามีประโยชน์ที่สุด? แบ่งปันในความคิดเห็นได้เลย!

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

📱 Vocab App: เพื่อให้สำนวนเหล่านี้เข้าไปอยู่ในคลังศัพท์ที่คุณใช้งานจริง ลองใช้แอปพลิเคชัน Vocab app แบบฝึกหัดและแฟลชการ์ดแบบอินเทอร์แอกทีฟจะช่วยให้คุณจำสำนวนใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
🎧 พอดแคสต์สำหรับเรียนภาษาอังกฤษ: ฝึกฝนตัวเองให้คุ้นเคยกับการใช้สำนวนในบทสนทนาจริง ฟัง พอดแคสต์สำหรับเรียนภาษาอังกฤษ ของเรา ที่เจ้าของภาษาใช้วลีเหล่านี้และสำนวนอื่นๆ อีกมากมายในบทสนทนาจริง
5 นาที

ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที

ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ