Blog/10 วลีภาษาอังกฤษพื้นฐานที่ผู้เริ่มต้นต้องรู้ (ใช้ได้จริง 2025)

เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab

ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง

10 วลีภาษาอังกฤษพื้นฐานที่ผู้เริ่มต้นต้องรู้ (ใช้ได้จริง 2025)

10 วลีภาษาอังกฤษพื้นฐานที่ผู้เริ่มต้นต้องรู้ (ใช้ได้จริง 2025)

10 วลีภาษาอังกฤษง่าย ๆ ที่ผู้เริ่มต้นทุกคนควรรู้

ปรับปรุงล่าสุด: สิงหาคม 2025
การเริ่มเรียนรู้ภาษาที่สอง เช่น ภาษาอังกฤษ อาจเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและท้าทายเล็กน้อย การรู้จักวลีง่าย ๆ ไม่กี่วลีสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเริ่มสนทนาและพัฒนาทักษะของคุณได้ นี่คือ 10 วลีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ผู้เริ่มต้นทุกคนควรรู้ พร้อมคำอธิบายสั้น ๆ เคล็ดลับการใช้งาน และตัวอย่างที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

1. Hello! / Hi! (สวัสดี!)

วิธีใช้: ใช้คำเหล่านี้ในการทักทายใครก็ได้ในทุกเวลา พวกมันเป็นมิตรและง่ายต่อการใช้
ตัวอย่าง:
  • "Hello! How are you?" (สวัสดี! คุณเป็นอย่างไรบ้าง?)
  • "Hi! Nice to meet you." (สวัสดี! ยินดีที่ได้รู้จัก.)
  • "Hello there! Long time no see." (สวัสดี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ)
  • "Hi everyone, welcome to the class." (สวัสดีทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่คลาส)
เคล็ดลับ: ใช้ "Hi" กับเพื่อนหรือคนที่สบาย ๆ และใช้ "Hello" ในสถานการณ์ที่เป็นทางการขึ้นเล็กน้อย

2. How are you? (คุณเป็นอย่างไรบ้าง?)

วิธีใช้: คำถามนี้เป็นวิธีสุภาพในการถามถึงความเป็นอยู่ของใครบางคน เหมาะสำหรับทุกสถานการณ์
ตัวอย่าง:
  • "Hi, John! How are you today?" (สวัสดี จอห์น! วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง?)
  • "How are you feeling?" (คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?)
  • "How’s everything going?" (ทุกอย่างเป็นยังไงบ้าง?)
  • "How have you been?" (คุณเป็นยังไงบ้างช่วงนี้?)
เคล็ดลับ: ถ้าอยากตอบสั้น ๆ ให้ใช้ "I’m good, thanks." หรือถ้าจะเล่าเพิ่มให้พูดประโยคสั้น ๆ ตามด้วยเหตุผล

3. Thank you. (ขอบคุณ)

วิธีใช้: พูดคำนี้เมื่อมีคนช่วยเหลือคุณหรือให้สิ่งของกับคุณ แสดงให้เห็นว่าคุณรู้สึกขอบคุณ
ตัวอย่าง:
  • "Thank you for your help." (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ)
  • "Thank you for the gift." (ขอบคุณสำหรับของขวัญ)
  • "Thanks a lot!" (ขอบคุณมาก!)
  • "I appreciate it, thank you." (ฉันซาบซึ้ง ขอบคุณนะ)
เคล็ดลับ: สามารถใช้รูปย่อ "Thanks" ในการสนทนาที่ไม่เป็นทางการ

4. Sorry. (ขอโทษ)

วิธีใช้: ใช้คำนี้หากคุณทำผิดพลาดหรือถ้าคุณต้องการผ่านไป
ตัวอย่าง:
  • "Sorry, can I pass?" (ขอโทษนะ ฉันขอผ่านได้ไหม?)
  • "Sorry for the mistake." (ขอโทษสำหรับความผิดพลาด)
  • "I’m really sorry about that." (ฉันขอโทษจริง ๆ สำหรับสิ่งนั้น)
  • "Sorry, I didn’t mean to do that." (ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น)
เคล็ดลับ: หากต้องการขอโทษอย่างสุภาพมากขึ้น ให้เติมคำอธิบายสั้น ๆ ตามหลัง

5. Please. (กรุณา)

วิธีใช้: เพิ่ม "please" ในคำขอของคุณเพื่อทำให้คำขอนั้นสุภาพและเป็นมิตรมากขึ้น
ตัวอย่าง:
  • "Please, can you help me?" (กรุณาช่วยฉันหน่อยได้ไหม?)
  • "Can you please pass the salt?" (กรุณาส่งเกลือให้ฉันหน่อยได้ไหม?)
  • "Please take a seat." (กรุณานั่ง)
  • "Can I have some water, please?" (ฉันขอน้ำหน่อยได้ไหม?)
เคล็ดลับ: วาง "please" ไว้ต้นหรือท้ายประโยคได้ ทั้งสองแบบสุภาพ

6. I don’t understand. (ฉันไม่เข้าใจ)

วิธีใช้: พูดคำนี้เมื่อคุณต้องการให้ใครบางคนอธิบายบางอย่างอีกครั้ง สำคัญที่จะให้คนอื่นรู้เมื่อบางอย่างไม่ชัดเจน
ตัวอย่าง:
  • "I don’t understand this word." (ฉันไม่เข้าใจคำนี้)
  • "I don’t understand what you mean." (ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร)
  • "Sorry, I don’t understand your question." (ขอโทษ ฉันไม่เข้าใจคำถามของคุณ)
  • "I don’t understand the instructions." (ฉันไม่เข้าใจคำแนะนำ)
เคล็ดลับ: เมื่อต้องการให้ช่วยอธิบายเพิ่มเติม ให้ต่อด้วย "Can you explain, please?"

7. Could you repeat that, please? (คุณช่วยพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหม?)

วิธีใช้: หากคุณไม่ได้ยินหรือไม่เข้าใจบางอย่างในครั้งแรก วลีนี้เป็นวิธีสุภาพในการขอให้ใครบางคนพูดซ้ำ
ตัวอย่าง:
  • "Could you repeat that, please?" (คุณช่วยพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหม?)
  • "Can you say that again, please?" (คุณช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม?)
  • "I didn’t catch that, could you repeat it?" (ฉันจับใจความไม่ได้ คุณช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม?)
  • "Sorry, can you repeat what you just said?" (ขอโทษนะ คุณช่วยพูดสิ่งที่คุณเพิ่งพูดอีกครั้งได้ไหม?)
เคล็ดลับ: ใช้เมื่อเสียงรบกวนหรือพูดเร็วเกินไป เพื่อให้การสื่อสารชัดเจนขึ้น

8. What’s this called? (นี่เรียกว่าอะไร?)

วิธีใช้: ใช้วลีนี้เมื่อคุณต้องการรู้ชื่อของบางอย่าง
ตัวอย่าง:
  • "What’s this called?" (นี่เรียกว่าอะไร?)
  • "What do you call this?" (คุณเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร?)
  • "What’s the name of this?" (สิ่งนี้ชื่อว่าอะไร?)
  • "How do you call this in English?" (คุณเรียกสิ่งนี้ว่ายังไงเป็นภาษาอังกฤษ?)
เคล็ดลับ: ประโยค "What do you call this?" เป็นประโยคที่ใช้บ่อยและฟังเป็นธรรมชาติ

9. How do you say this in English? (สิ่งนี้พูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?)

วิธีใช้: วลีนี้มีประโยชน์เมื่อคุณรู้จักคำในภาษาของคุณ แต่ไม่ใช่ในภาษาอังกฤษ มันส่งเสริมการเรียนรู้เชิงโต้ตอบ
ตัวอย่าง:
  • "How do you say ‘หนังสือ’ in English?" (สิ่งนี้พูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?)
  • "How do you say this word in English?" (คำนี้พูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?)
  • "What’s the English word for this?" (คำภาษาอังกฤษสำหรับสิ่งนี้คืออะไร?)
  • "Can you tell me how to say this in English?" (คุณช่วยบอกฉันได้ไหมว่าสิ่งนี้พูดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไร?)
เคล็ดลับ: หลังจากได้คำตอบแล้ว ให้จดคำใหม่และฝึกพูดประโยคตัวอย่างด้วยตัวเอง

10. Goodbye! / Bye! (ลาก่อน!)

วิธีใช้: นี่คือคำที่คุณใช้เมื่อคุณบอกลาหรือจบการสนทนา
ตัวอย่าง:
  • "Goodbye! See you tomorrow!" (ลาก่อน! เจอกันพรุ่งนี้!)
  • "Bye! Have a good day." (ลาก่อน! ขอให้เป็นวันที่ดี)
  • "Goodbye for now!" (ลาก่อนสำหรับตอนนี้!)
  • "Bye! Take care!" (ลาก่อน! ดูแลตัวเองด้วย!)
เคล็ดลับ: "Bye" เหมาะกับสถานการณ์ไม่เป็นทางการ ส่วน "Goodbye" ฟังเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย

ฝึกสั้น ๆ ให้เป็นนิสัย (กิจวัตร 5 นาทีต่อวัน)

  • อ่านประโยคทั้ง 10 วลีออกเสียงดัง ๆ ครั้งละ 1 นาที
  • เลือก 2 วลีที่คุณเจอบ่อยที่สุดและสร้างประโยคใหม่อีกคนละ 2 ประโยค
  • อัดเสียงตัวเองแล้วฟัง เพื่อเช็กการออกเสียงและความคล่อง
การทำแบบฝึกหัดสั้น ๆ ทุกวันจะช่วยให้วลีเหล่านี้ยังคงอยู่ในความจำและนำไปใช้จริงได้เร็วขึ้น

แนวคิดต่อไปที่ควรเรียนรู้

  • เรียนรู้ tense เบื้องต้น เช่น Present Simple และ Past Simple
  • ฝึกฟังด้วยคลิปสั้น ๆ และลองเลียนแบบ (shadowing)
  • ค้นหาคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น food, travel, work
การต่อยอดไปยังหัวข้ออย่าง "present perfect" หรือ "phrasal verbs" จะช่วยให้การสื่อสารของคุณซับซ้อนขึ้นเมื่อต้องการ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

  • 📱 Vocab App: แอปช่วยฝึกคำศัพท์ที่ออกแบบมาเพื่อการทบทวนแบบ spaced repetition เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ต้องการเพิ่มคำศัพท์อย่างเป็นระบบและใช้เวลาเรียนสั้น ๆ ได้ทุกวัน Vocab app ช่วยให้คุณติดตามคำที่ต้องทบทวนและสร้างรายงานความคืบหน้า
  • 🎧 Podcast: เพลย์ลิสต์พอดแคสต์เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ เหมาะสำหรับการฝึกฟังและเรียนรู้วลีในบริบทจริง เหมาะสำหรับผู้เรียนระดับ beginner-intermediate ที่ต้องการฟังบทสนทนาและคำอธิบายสั้น ๆ English learning podcast ช่วยให้คุณฝึกฟังทุกที่ทุกเวลา
ขอให้คุณสนุกกับการฝึกวลีเหล่านี้และใช้พวกมันในสถานการณ์จริงบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจของคุณในการพูดภาษาอังกฤษ

บทความแนะนำ

10 วลีภาษาอังกฤษพื้นฐานที่ควรรู้ – ตอนที่ 2 (สำคัญสำหรับการสนทนาในชีวิตประจำวัน!)

10 วลีภาษาอังกฤษพื้นฐานที่ควรรู้ – ตอนที่ 2 (สำคัญสำหรับการสนทนาในชีวิตประจำวัน!)

50 ประโยคคำถาม-ตอบภาษาอังกฤษ พูดคล่องใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

50 ประโยคคำถาม-ตอบภาษาอังกฤษ พูดคล่องใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

วิธีเรียนและจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง: เทคนิคและกลยุทธ์ที่ได้ผล

วิธีเรียนและจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง: เทคนิคและกลยุทธ์ที่ได้ผล

เข้าใจการใช้คำบุพบทบอกเวลาในภาษาอังกฤษ: in, on, at

เข้าใจการใช้คำบุพบทบอกเวลาในภาษาอังกฤษ: in, on, at

50 กริยาผิดปกติที่สำคัญที่สุดในภาษาอังกฤษ: คู่มือฉบับสมบูรณ์

50 กริยาผิดปกติที่สำคัญที่สุดในภาษาอังกฤษ: คู่มือฉบับสมบูรณ์

เวลาในภาษาอังกฤษ: คู่มือฉบับสมบูรณ์พร้อมตัวอย่างสำหรับการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว

เวลาในภาษาอังกฤษ: คู่มือฉบับสมบูรณ์พร้อมตัวอย่างสำหรับการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว

คำชี้เฉพาะในภาษาอังกฤษ: This, That, These, Those - คำอธิบายแบบเข้าใจง่าย

คำชี้เฉพาะในภาษาอังกฤษ: This, That, These, Those - คำอธิบายแบบเข้าใจง่าย

กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้เริ่มต้นในการปรับปรุงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้เริ่มต้นในการปรับปรุงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ

คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น: 5 เหตุผลที่ควรเริ่ม (2025)

คำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น: 5 เหตุผลที่ควรเริ่ม (2025)

ทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษ? 5 เหตุผลสำคัญที่จะเปลี่ยนอนาคตของคุณ

ทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษ? 5 เหตุผลสำคัญที่จะเปลี่ยนอนาคตของคุณ

5 นาที

ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที

ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ