Blog/25 คู่คำกริยาตรงข้าม (Opposite Verbs) ในภาษาอังกฤษ
25 คู่คำกริยาตรงข้าม (Opposite Verbs) ในภาษาอังกฤษ

ผู้เขียน: Vocab Team

อัปเดตล่าสุด:

25 คู่คำกริยาตรงข้าม (Opposite Verbs) ในภาษาอังกฤษ

เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab

ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง

25 คู่คำกริยาตรงข้ามในภาษาอังกฤษ (Opposite Verbs)

เคยเป็นไหมครับ เวลาที่คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ต้องการใช้วนเวียนอยู่ในหัว แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก? เช่น คุณรู้วิธีพูดคำว่า "เปิด" (open) แต่คำว่า "ปิด" ล่ะ พูดว่ายังไง? 🤔 การเรียนรู้คำกริยาที่มีความหมายตรงข้ามกัน หรือ opposite verbs ไม่ใช่แค่การท่องจำ แต่เป็นเคล็ดลับเด็ดที่จะทำให้การพูดของคุณสมบูรณ์และรวดเร็วยิ่งขึ้น
เมื่อคุณเรียนรู้คำศัพท์เป็นคู่ สมองจะสร้างการเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งระหว่างคำเหล่านั้น ครั้งต่อไปที่คุณต้องการแสดงความคิดที่ตรงกันข้าม คำศัพท์ที่ถูกต้องจะปรากฏขึ้นในความทรงจำของคุณโดยอัตโนมัติ มาเพิ่มคลังคำศัพท์และทำให้การพูดของคุณมั่นใจและเป็นธรรมชาติมากขึ้นกันเถอะครับ!

Opposite Verbs คืออะไร และทำไมต้องเรียน?

Opposite verbs คือคำกริยาที่มีความหมายตรงกันข้าม ลองนึกภาพว่าเป็นเหรียญสองด้าน เช่น push (ผลัก) กับ pull (ดึง), win (ชนะ) กับ lose (แพ้)
ทำไมเราควรเสียเวลาเรียนรู้คำเหล่านี้?
  • พูดได้เร็วขึ้น: คุณจะไม่ต้องเสียเวลาเค้นหาคำศัพท์อีกต่อไป เมื่อรู้คำหนึ่งในคู่ คุณจะนึกถึงอีกคำหนึ่งได้ง่ายขึ้น ช่วยหลีกเลี่ยงการหยุดพูดที่น่าอึดอัด
  • แม่นยำขึ้น: คุณจะสามารถแสดงความคิดของคุณได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยใช้คำกริยาที่เหมาะสมกับบริบทที่สุด
  • คลังคำศัพท์เพิ่มขึ้น: แทนที่จะเรียนรู้แค่คำเดียว คุณจะได้เรียนรู้ถึงสองคำในคราวเดียว เท่ากับว่าประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของคุณเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!

คำกริยาตรงข้ามตามหัวข้อ

เราได้จัดกลุ่ม 25 คู่คำกริยาที่เป็นประโยชน์ที่สุดตามหัวข้อต่างๆ เพื่อให้คุณจดจำได้ง่ายขึ้น ในแต่ละคู่จะมีตัวอย่างที่เข้าใจง่ายจากชีวิตจริง!

🚶‍♀️ การเคลื่อนไหว (Movement)

  1. Arrive / Leave (มาถึง / จากไป, ออกเดินทาง)
    • The train will arrive at 6 PM. / รถไฟจะมาถึงเวลา 18:00 น.
    • I have to leave early tomorrow. / ฉันต้องออกเดินทางแต่เช้าในวันพรุ่งนี้
  2. Push / Pull (ผลัก / ดึง)
    • You need to push the door to open it. / คุณต้องผลักประตูเพื่อเปิดมัน
    • Pull the rope as hard as you can. / ดึงเชือกให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้
  3. Go up / Go down (ขึ้นไป / ลงไป)
    • Let's go up to the roof to see the view. / ไปที่ดาดฟ้าเพื่อชมวิวกันเถอะ
    • The elevator is about to go down. / ลิฟต์กำลังจะลงแล้ว
  4. Enter / Exit (เข้าไป / ออกไป)
    • Please enter your password. / กรุณาป้อนรหัสผ่านของคุณ
    • You must exit through the back door. / คุณต้องออกทางประตูหลัง
  5. Raise / Lower (ยกขึ้น / ลดลง)
    • If you have a question, raise your hand. / หากคุณมีคำถาม โปรดยกมือขึ้น
    • Can you lower the music volume, please? / คุณช่วยลดเสียงเพลงลงหน่อยได้ไหมครับ?

🗣️ การสื่อสาร (Communication)

  1. Ask / Answer (ถาม / ตอบ)
    • Don't be afraid to ask for help. / อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือ
    • He couldn't answer the final question. / เขาไม่สามารถตอบคำถามสุดท้ายได้
  2. Agree / Disagree (เห็นด้วย / ไม่เห็นด้วย)
    • I completely agree with your decision. / ฉันเห็นด้วยกับการตัดสินใจของคุณอย่างยิ่ง
    • We often disagree on political issues. / เรามักจะมีความเห็นไม่ตรงกันในประเด็นทางการเมือง
  3. Shout / Whisper (ตะโกน / กระซิบ)
    • There's no need to shout, I can hear you. / ไม่จำเป็นต้องตะโกน ฉันได้ยินคุณ
    • She leaned in to whisper a secret to me. / เธอโน้มตัวเข้ามากระซิบความลับกับฉัน
  4. Praise / Criticize (ชมเชย / วิจารณ์)
    • The teacher will praise students for their hard work. / คุณครูจะชมเชยนักเรียนสำหรับความขยันของพวกเขา
    • It's easy to criticize, but harder to offer a solution. / การวิจารณ์เป็นเรื่องง่าย แต่การเสนอทางแก้ไขนั้นยากกว่า
  5. Speak / Listen (พูด / ฟัง)
    • You need to speak clearly during the presentation. / คุณต้องพูดให้ชัดเจนระหว่างการนำเสนอ
    • The best managers know how to listen to their team. / ผู้จัดการที่ดีที่สุดรู้วิธีรับฟังทีมของตน

📚 การทำงานและการเรียน (Work and Study)

  1. Begin / Finish (เริ่มต้น / สิ้นสุด, ทำให้เสร็จ)
    • The class will begin at 9 AM sharp. / ชั้นเรียนจะเริ่มเวลา 9 โมงตรง
    • Have you finished your homework yet? / คุณทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยัง?
  2. Pass / Fail (สอบผ่าน / สอบตก)
    • I hope I pass my driving test tomorrow. / ฉันหวังว่าจะสอบใบขับขี่ผ่านในวันพรุ่งนี้
    • If you don't study, you will fail the exam. / ถ้าคุณไม่อ่านหนังสือ คุณจะสอบตก
  3. Teach / Learn (สอน / เรียน)
    • My father decided to teach me how to drive. / พ่อของฉันตัดสินใจสอนฉันขับรถ
    • I want to learn a new language this year. / ฉันอยากเรียนภาษาใหม่ในปีนี้
  4. Hire / Fire (จ้าง / ไล่ออก)
    • The company plans to hire 50 new employees. / บริษัทวางแผนที่จะจ้างพนักงานใหม่ 50 คน
    • They had to fire him for being consistently late. / พวกเขาต้องไล่เขาออกเพราะมาสายเป็นประจำ
  5. Work / Rest (ทำงาน / พักผ่อน)
    • I have to work this weekend. / ฉันต้องทำงานสุดสัปดาห์นี้
    • You look tired, you should rest for a while. / คุณดูเหนื่อยนะ ควรพักผ่อนสักครู่

❤️ ความรู้สึกและอารมณ์ (Feelings and Emotions)

  1. Love / Hate (รัก / เกลียด)
    • I absolutely love Italian food. / ฉันรักอาหารอิตาเลียนมาก
    • She started to hate waking up early. / เธอเริ่มเกลียดการตื่นเช้า
  2. Laugh / Cry (หัวเราะ / ร้องไห้)
    • His jokes always make me laugh. / มุกตลกของเขามักจะทำให้ฉันหัวเราะเสมอ
    • The sad ending of the movie made her cry. / ตอนจบที่น่าเศร้าของหนังทำให้เธอร้องไห้
  3. Hope / Despair (หวัง / สิ้นหวัง)
    • We hope for the best outcome. / เราหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
    • Even in dark times, you should never despair. / แม้ในช่วงเวลาที่มืดมน คุณก็ไม่ควรสิ้นหวัง
  4. Like / Dislike (ชอบ / ไม่ชอบ)
    • Do you like modern art? / คุณชอบศิลปะสมัยใหม่ไหม?
    • I dislike crowded places. / ฉันไม่ชอบสถานที่ที่คนเยอะๆ
  5. Win / Lose (ชนะ / แพ้)
    • Our team is going to win the championship! / ทีมของเราจะคว้าแชมป์ให้ได้!
    • It's not fun to lose a game, but it's part of learning. / การแพ้เกมไม่ใช่เรื่องสนุก แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

🏡 ชีวิตประจำวัน (Daily Life)

  1. Open / Close (เปิด / ปิด)
    • Could you open the window, please? / คุณช่วยเปิดหน้าต่างหน่อยได้ไหม?
    • Don't forget to close the door when you leave. / อย่าลืมปิดประตูเมื่อคุณออกไป
  2. Buy / Sell (ซื้อ / ขาย)
    • I need to buy some milk from the store. / ฉันต้องไปซื้อนมที่ร้าน
    • He decided to sell his old car. / เขาตัดสินใจขายรถคันเก่าของเขา
  3. Borrow / Lend (ขอยืม / ให้ยืม)
    • Can I borrow your pen for a moment? / ฉันขอยืมปากกาของคุณสักครู่ได้ไหม?
    • I can lend you some money until next week. / ฉันให้คุณยืมเงินได้จนถึงสัปดาห์หน้า
  4. Remember / Forget (จำ / ลืม)
    • I always remember my keys. / ฉันจำเรื่องกุญแจของฉันได้เสมอ (ไม่เคยลืม)
    • Don't forget to call your mom! / อย่าลืมโทรหาแม่นะ!
  5. Find / Lose (หาเจอ / ทำหาย)
    • I can't find my glasses anywhere. / ฉันหาแว่นตาไม่เจอเลย
    • Be careful not to lose your ticket. / ระวังอย่าทำตั๋วหายนะ

⚠️ ข้อควรระวัง: เจาะลึกกรณีที่มักสับสน

คำกริยาตรงข้ามบางคู่อาจทำให้สับสนได้ มาดูข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดกัน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ทำพลาดอีก
  • Raise vs. Rise:
    • Raise (ยก อะไรบางอย่าง ขึ้น) — เป็นสกรรมกริยา (transitive verb) คือต้องมีกรรมมารองรับ You raise your hand. / คุณยกมือของคุณขึ้น จำง่ายๆ: คุณ raise บางสิ่ง (มือ, ราคา) แต่บางสิ่ง rises ด้วยตัวมันเอง (พระอาทิตย์, อุณหภูมิ)
    • Rise (เพิ่มขึ้น, สูงขึ้น ด้วยตัวเอง) — เป็นอกรรมกริยา (intransitive verb) ไม่ต้องการกรรม The sun will rise at 6 AM. / พระอาทิตย์จะขึ้นเวลา 6 โมงเช้า
  • Lend vs. Borrow:
    • Lend — ให้ยืม I lend money to you. / ฉันให้เงิน แก่ คุณ เคล็ดลับง่ายๆ: Lend - ให้ (ออกไปจากตัว)
    • Borrow — ขอยืม You borrow money from me. / คุณยืมเงิน จาก ฉัน เคล็ดลับ: Borrow - ขอยืม (เข้ามาหาตัว)
  • Win vs. Beat:
    • Win — ชนะ การแข่งขัน, เกม, รางวัล We won the match! / เราชนะการแข่งขัน!
    • Beat — ชนะ คู่ต่อสู้ We beat the other team! / เราเอาชนะอีกทีมได้!
  • Teach vs. Learn:
    • Teach — สอนคนอื่น A teacher teaches students. / คุณครูสอนนักเรียน
    • Learn — เรียนรู้ด้วยตนเอง Students learn from a teacher. / นักเรียนเรียนรู้จากคุณครู
  • Remember to do vs. Remember doing:
    • Remember to do — จำได้ว่าต้องทำอะไรบางอย่าง (อย่าลืม) Please remember to buy bread. / กรุณาอย่าลืมซื้อขนมปังนะ (สูตร: Remember + to-infinitive = อย่าลืมที่จะทำ)
    • Remember doing — จำได้ว่าเคยทำอะไรในอดีต (ความทรงจำ) I remember visiting Paris as a child. / ฉันจำได้ว่าเคยไปปารีสตอนเป็นเด็ก (สูตร: Remember + V-ing = ความทรงจำเกี่ยวกับอดีต)

💬 Opposite Verbs ในบทสนทนา

มาดูกันว่าคำกริยาเหล่านี้ถูกใช้ในการสนทนาจริงอย่างไร! เราได้เพิ่มคำแปลเพื่อความสะดวกของคุณ
บทสนทนาที่ 1: Arrive / Leave
  • A: What time does your train leave? / รถไฟของคุณออกกี่โมง?
  • B: It leaves at 10 AM, so it should arrive in London around noon. / ออก 10 โมงเช้า น่าจะถึงลอนดอนประมาณเที่ยง
บทสนทนาที่ 2: Buy / Sell
  • A: I want to sell my old bike. / ฉันอยากขายจักรยานคันเก่า
  • B: Really? My brother wants to buy a used one! How much is it? / จริงเหรอ? พี่ชายฉันกำลังอยากซื้อจักรยานมือสองพอดี! ราคาเท่าไหร่?
บทสนทนาที่ 3: Pass / Fail
  • A: I'm so nervous about the history exam. I'm afraid I'll fail. / ฉันกังวลเรื่องสอบประวัติศาสตร์มากเลย กลัวว่าจะสอบตก
  • B: Don't worry! You studied so hard, I'm sure you'll pass. / ไม่ต้องกังวล! คุณตั้งใจอ่านหนังสือมาก ฉันมั่นใจว่าคุณจะสอบผ่าน
บทสนทนาที่ 4: Agree / Disagree
  • A: I think this is the best movie of the year. / ฉันคิดว่านี่เป็นหนังที่ดีที่สุดของปีนี้เลย
  • B: I have to disagree. I thought it was quite boring. But we can agree that the popcorn was good! / ฉันคงต้องไม่เห็นด้วยนะ ฉันว่ามันค่อนข้างน่าเบื่อ แต่เราคงเห็นตรงกันว่าป๊อปคอร์นอร่อย!
บทสนทนาที่ 5: Open / Close
  • A: Can you open the window? It's so hot in here. / คุณช่วยเปิดหน้าต่างได้ไหม? ในนี้ร้อนมาก
  • B: Sure, but we should close it later. It might rain. / ได้สิ แต่เราควรจะปิดมันทีหลังนะ ฝนอาจจะตก
🎯 ถึงตาคุณแล้ว! ลองสร้างบทสนทนาสั้นๆ ของคุณเองโดยใช้คู่คำกริยาอื่นๆ จากรายการของเราดูนะครับ การฝึกฝนคือกุญแจสู่ความสำเร็จ!
การเรียนรู้ opposite verbs ไม่ใช่แค่การเพิ่มคลังคำศัพท์ แต่เป็นการลงทุนในความคล่องแคล่วและความมั่นใจของคุณ เริ่มใช้คำศัพท์คู่เหล่านี้ในการพูดของคุณตั้งแต่วันนี้ แล้วคุณจะสังเกตได้ว่าการแสดงความคิดของคุณนั้นง่ายและแม่นยำขึ้นเพียงใด ขอให้โชคดีครับ!

สื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับฝึกฝน

🎧 พัฒนาทักษะของคุณด้วยพอดแคสต์จาก Vocab app - แหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยม สำหรับการปรับปรุงทักษะการฟังและขยายคลังคำศัพท์ของคุณผ่านเนื้อหาเสียงที่น่าสนใจ
📱 เร่งการเรียนรู้คำศัพท์ของคุณด้วยแอป Vocab app - เครื่องมือที่ยอดเยี่ยมนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้วยเทคนิคการจำที่ชาญฉลาด