Blog/วิธีปฏิเสธอย่างสุภาพเป็นภาษาอังกฤษ: 15 สถานการณ์และประโยคตัวอย่าง
วิธีปฏิเสธอย่างสุภาพเป็นภาษาอังกฤษ: 15 สถานการณ์และประโยคตัวอย่าง

ผู้เขียน: Vocab Team

อัปเดตล่าสุด:

วิธีปฏิเสธอย่างสุภาพเป็นภาษาอังกฤษ: 15 สถานการณ์และประโยคตัวอย่าง

เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab

ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง

เป้าหมายของบทเรียนนี้

บทเรียนนี้จะช่วยให้คุณพูดว่า “ไม่สะดวกค่ะ/ครับ”, “ขอปฏิเสธ”, “ไปไม่ได้”, “ช่วยไม่ได้ตอนนี้” เป็นภาษาอังกฤษแบบสุภาพและเป็นธรรมชาติ โดยไม่ฟังดูห้วนหรือทำให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึก
แกนหลักของการปฏิเสธอย่างสุภาพในภาษาอังกฤษคือ ไม่จำเป็นต้องพูดอ้อมจนไม่ชัด แต่ควรพูดให้ครบ 3 ส่วนนี้เมื่อเหมาะสม:
  1. ขอบคุณหรือรับรู้ความตั้งใจของอีกฝ่าย
  2. ปฏิเสธให้ชัดเจนแต่สุภาพ
  3. ให้เหตุผลสั้น ๆ หรือเสนอทางเลือกถ้ามี
ตัวอย่างโครงสร้างง่าย ๆ:
  • Thank you for thinking of me, but I’m not available that day.
    ขอบคุณที่นึกถึงฉันนะ แต่วันนั้นฉันไม่ว่างค่ะ/ครับ
  • I’d love to help, but I’m really busy right now.
    อยากช่วยนะ แต่ตอนนี้ยุ่งมากจริง ๆ
  • I’m afraid I won’t be able to make it.
    เกรงว่าฉันคงไปไม่ได้ค่ะ/ครับ

คำสำคัญที่ทำให้การปฏิเสธฟังดูสุภาพขึ้น

ก่อนดูตามสถานการณ์ ให้จำวลีเหล่านี้ไว้ เพราะใช้ได้บ่อยมาก
  • I’m afraid...
    ใช้ขึ้นต้นก่อนข่าวที่อีกฝ่ายอาจไม่อยากได้ยิน แปลใกล้เคียงว่า “เกรงว่า...”
  • Unfortunately,...
    ใช้เมื่ออยากบอกว่า “น่าเสียดายที่...” เหมาะกับอีเมล งาน หรือสถานการณ์กึ่งทางการ
  • I’d love to, but...
    แปลว่า “ก็อยากนะ แต่...” ใช้กับเพื่อนหรือคนคุ้นเคย ฟังดูนุ่มนวล
  • I wish I could, but...
    แปลว่า “อยากช่วย/อยากไปนะ แต่...” ใช้เมื่ออยากแสดงว่าไม่ได้ปฏิเสธเพราะไม่สนใจ
  • That won’t work for me.
    แปลว่า “แบบนั้นไม่สะดวกสำหรับฉัน” สุภาพกว่าแค่พูดว่า No
  • I’m not in a position to...
    แปลว่า “ตอนนี้ฉันไม่อยู่ในสถานะที่จะ...” เหมาะกับเรื่องเงิน ความรับผิดชอบ หรือเรื่องที่ต้องปฏิเสธอย่างหนักแน่น

15 สถานการณ์และประโยคปฏิเสธภาษาอังกฤษแบบสุภาพ

1. ปฏิเสธคำชวนจากเพื่อน

ใช้เมื่อเพื่อนชวนไปกินข้าว ไปเที่ยว หรือไปงาน แต่คุณไม่สะดวก
  • Thanks for inviting me, but I can’t make it this time.
    ขอบคุณที่ชวนนะ แต่ครั้งนี้ไปไม่ได้จริง ๆ
  • I’d love to join, but I already have plans.
    อยากไปด้วยนะ แต่มีนัดไว้แล้ว
  • That sounds fun, but I’m going to pass this time. Maybe next time!
    ฟังดูน่าสนุกนะ แต่รอบนี้ขอผ่านก่อน ไว้ครั้งหน้านะ
คำว่า pass ในประโยค I’m going to pass this time หมายถึง “ขอไม่เอา/ขอผ่าน” ใช้แบบกันเองได้ดี

2. ปฏิเสธแบบ “ไม่สะดวกค่ะ/ครับ”

ถ้าต้องการแปล “ไม่สะดวกค่ะ/ครับ” ให้เป็นธรรมชาติ อย่าใช้คำว่า inconvenient กับทุกอย่าง เพราะบางครั้งจะฟังแข็งหรือไม่เป็นธรรมชาติ ให้ใช้ประโยคเหล่านี้แทน
  • I’m sorry, but I’m not available at that time.
    ขอโทษนะคะ/ครับ เวลานั้นไม่ว่างค่ะ/ครับ
  • I’m afraid that doesn’t work for me.
    เกรงว่าเวลานั้น/แบบนั้นจะไม่สะดวกสำหรับฉันค่ะ/ครับ
  • Unfortunately, I won’t be able to make it.
    น่าเสียดายที่ฉันคงไปไม่ได้ค่ะ/ครับ
ถ้าต้องตอบสั้น ๆ ในแชตกับคนรู้จัก ใช้แบบนี้ได้:
  • Sorry, I’m not free then.
    ขอโทษนะ ตอนนั้นไม่ว่าง

3. ปฏิเสธคำเชิญทางการหรือเชิงธุรกิจ

ใช้ในอีเมล งานประชุม งานสัมมนา หรือการติดต่อกับลูกค้า
  • Thank you for the invitation. Unfortunately, I will be unable to attend.
    ขอบคุณสำหรับคำเชิญค่ะ/ครับ แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถเข้าร่วมได้
  • I appreciate the invitation, but I’m afraid I’m not available on that date.
    ขอบคุณสำหรับคำเชิญค่ะ/ครับ แต่เกรงว่าวันนั้นฉันไม่ว่าง
  • Thank you for considering me. Regrettably, my schedule does not allow me to join the meeting.
    ขอบคุณที่นึกถึงฉันค่ะ/ครับ แต่น่าเสียดายที่ตารางงานไม่เอื้อให้เข้าร่วมประชุม
Regrettably เป็นคำค่อนข้างทางการ แปลว่า “ด้วยความเสียดาย” เหมาะกับอีเมลมากกว่าการคุยกับเพื่อน

4. ปฏิเสธการช่วยเหลือเพราะยุ่ง

ใช้เมื่อมีคนขอให้ช่วยงาน แต่คุณไม่มีเวลาจริง ๆ
  • I’d normally be happy to help, but I’m swamped right now.
    ปกติยินดีช่วยนะ แต่ตอนนี้งานล้นมากจริง ๆ
  • I wish I could help, but I’m on a tight deadline.
    อยากช่วยนะ แต่ตอนนี้มีงานที่ต้องรีบส่งตามกำหนด
  • I’m afraid I can’t help with this today. Could we look at it tomorrow?
    เกรงว่าวันนี้คงช่วยเรื่องนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้ค่อยมาดูกันได้ไหม
คำว่า swamped เป็นภาษาพูด หมายถึง “งานท่วม/ยุ่งมาก” ใช้กับเพื่อนร่วมงานได้ แต่ถ้าเป็นอีเมลทางการมาก ๆ ให้ใช้ very busy หรือ have a full schedule แทน

5. ปฏิเสธงานเพิ่มในที่ทำงาน

ใช้เมื่องานล้นมือ แต่ยังอยากตอบอย่างมืออาชีพ
  • Thank you for thinking of me, but my current workload doesn’t allow me to take on anything else right now.
    ขอบคุณที่นึกถึงฉันนะคะ/ครับ แต่ภาระงานตอนนี้ไม่เอื้อให้รับงานเพิ่มจริง ๆ
  • I’m afraid I don’t have the capacity to take this on at the moment.
    เกรงว่าตอนนี้ฉันไม่มีเวลาหรือกำลังพอที่จะรับงานนี้
  • I want to make sure I do my current tasks well, so I can’t commit to this right now.
    ฉันอยากทำงานที่รับผิดชอบอยู่ให้ดี จึงยังรับเรื่องนี้ไม่ได้ตอนนี้
คำว่า capacity และ bandwidth ในบริบทงานหมายถึง “เวลา พลัง หรือทรัพยากรที่พอจะรับงานเพิ่ม” เช่น I don’t have the bandwidth for this right now.

6. ปฏิเสธให้ยืมเงิน

เรื่องเงินควรพูดสั้น สุภาพ และชัดเจน ไม่จำเป็นต้องอธิบายยาว
  • I’m really sorry, but I’m not in a position to lend money right now.
    ขอโทษจริง ๆ แต่ตอนนี้ไม่สะดวกให้ยืมเงิน
  • I’m sorry, but I can’t help financially at the moment.
    ขอโทษนะ แต่ตอนนี้ช่วยเรื่องเงินไม่ได้
  • I hope you understand, but I don’t lend money as a personal rule.
    หวังว่าจะเข้าใจนะ แต่ฉันมีกฎส่วนตัวว่าไม่ให้ยืมเงิน
ประโยค as a personal rule ช่วยให้การปฏิเสธดูเป็นหลักการ ไม่ใช่การปฏิเสธเฉพาะตัวบุคคล

7. ปฏิเสธเซลล์หรือข้อเสนอขายของ

ใช้กับพนักงานขาย คนโทรเสนอแพ็กเกจ หรือคนเสนอสินค้า
  • Thank you, but I’m not interested at the moment.
    ขอบคุณค่ะ/ครับ แต่ตอนนี้ยังไม่สนใจ
  • I appreciate the offer, but I don’t need this right now.
    ขอบคุณสำหรับข้อเสนอค่ะ/ครับ แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็น
  • Thanks, but I’m just looking for now.
    ขอบคุณค่ะ/ครับ ตอนนี้ขอดูก่อน
ถ้าต้องการจบการสนทนาให้ชัดขึ้น:
  • Please don’t contact me about this again.
    กรุณาอย่าติดต่อฉันเรื่องนี้อีกนะคะ/ครับ
ประโยคนี้สุภาพแต่หนักแน่น เหมาะเมื่ออีกฝ่ายตื๊อมากเกินไป

8. ปฏิเสธอาหารหรือเครื่องดื่ม

ใช้เวลาเจ้าบ้านหรือเพื่อนร่วมงานเสนออาหาร แต่คุณอิ่ม แพ้ หรือไม่ต้องการ
  • No, thank you. I’m full.
    ไม่เป็นไรค่ะ/ครับ ขอบคุณ อิ่มแล้ว
  • That looks delicious, but I’m going to pass for now.
    ดูน่ากินมาก แต่ตอนนี้ขอผ่านก่อน
  • I’ll pass on the coffee, thanks. Water would be great.
    กาแฟขอผ่านนะคะ/ครับ ขอน้ำเปล่าก็ดีค่ะ/ครับ
  • Thank you, but I can’t eat that. I have a food allergy.
    ขอบคุณค่ะ/ครับ แต่ฉันกินสิ่งนั้นไม่ได้ ฉันแพ้อาหาร
ถ้าเป็นเรื่องแพ้อาหารหรือสุขภาพ ควรพูดตรงและชัดเจน ไม่ต้องเกรงใจจนเสี่ยงกับตัวเอง

9. ปฏิเสธคำขอที่ทำให้ไม่สบายใจ

ใช้เมื่อมีคนขออะไรที่คุณไม่อยากทำ เช่น ให้โกหกแทน ให้ทำเรื่องผิดกฎ หรือให้ช่วยเรื่องที่เกินขอบเขต
  • I’m sorry, but I’m not comfortable doing that.
    ขอโทษนะคะ/ครับ แต่ฉันไม่สบายใจที่จะทำแบบนั้น
  • I can’t help with that, but I hope you find another solution.
    ฉันช่วยเรื่องนั้นไม่ได้ แต่หวังว่าคุณจะหาทางออกอื่นได้นะ
  • That’s not something I can agree to.
    เรื่องนั้นไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะตกลงได้
ประโยค I’m not comfortable doing that ใช้ได้ดีมาก เพราะชัดเจนและไม่ต้องอธิบายรายละเอียดส่วนตัว

10. ปฏิเสธตอบคำถามส่วนตัว

ใช้เมื่อคนถามเรื่องเงิน อายุ ความสัมพันธ์ สุขภาพ หรือเรื่องที่คุณไม่อยากเปิดเผย
  • I’d rather not talk about that, if you don’t mind.
    ขอไม่พูดเรื่องนั้นนะคะ/ครับ ถ้าไม่ว่าอะไร
  • That’s a bit personal, so I’d prefer to keep it private.
    เรื่องนั้นค่อนข้างส่วนตัว เลยขอเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ/ครับ
  • I’m not really comfortable discussing that.
    ฉันไม่ค่อยสบายใจที่จะคุยเรื่องนั้น
ถ้าอยากเปลี่ยนเรื่องอย่างนุ่มนวล:
  • Anyway, how was your weekend?
    ว่าแต่ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง

11. ปฏิเสธคำชวนไปเดต

ควรสุภาพ ชัดเจน และไม่ให้ความหวังถ้าคุณไม่ได้สนใจ
  • Thank you, that’s kind of you, but I’m not looking to date anyone right now.
    ขอบคุณนะ น่ารักมาก แต่ตอนนี้ฉันยังไม่อยากเดตกับใคร
  • I’m flattered, but I think we’re better as friends.
    ขอบคุณนะ รู้สึกดีที่ได้ยินแบบนั้น แต่ฉันคิดว่าเราเป็นเพื่อนกันดีกว่า
  • Thanks for asking, but I don’t feel the same way.
    ขอบคุณที่ถามนะ แต่ฉันไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน
I’m flattered แปลประมาณว่า “รู้สึกเป็นเกียรติ/ดีใจที่คุณคิดแบบนั้น” ใช้เพื่อเริ่มปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

12. ปฏิเสธข้อเสนองาน

ใช้เมื่อบริษัทเสนองานให้ แต่คุณตัดสินใจไม่รับ
  • Thank you very much for the offer. After careful consideration, I’ve decided not to accept the position.
    ขอบคุณมากสำหรับข้อเสนอค่ะ/ครับ หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ฉันตัดสินใจไม่รับตำแหน่งนี้
  • I truly appreciate the opportunity, but I’ve decided to pursue another role that better fits my goals.
    ฉันซาบซึ้งกับโอกาสนี้มาก แต่ตัดสินใจเลือกตำแหน่งอื่นที่ตรงกับเป้าหมายมากกว่า
  • Thank you again for your time and consideration. I wish you and the team all the best.
    ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเวลาและการพิจารณา ขอให้คุณและทีมประสบความสำเร็จนะคะ/ครับ
ควรขอบคุณและปิดท้ายดี ๆ เพราะอาจได้ร่วมงานกันในอนาคต

13. ปฏิเสธการต่อรองราคาในเชิงธุรกิจ

ใช้เมื่อคุณเป็นผู้ขาย เจ้าของร้าน หรือฟรีแลนซ์ที่ไม่สามารถลดราคาได้
  • I understand you’re looking for a lower price, but this is the best price I can offer.
    เข้าใจว่าคุณต้องการราคาที่ต่ำกว่านี้ แต่นี่คือราคาที่ดีที่สุดที่ฉันเสนอได้
  • Unfortunately, the price is fixed.
    ขออภัยค่ะ/ครับ ราคานี้เป็นราคาตายตัว
  • I can’t lower the price, but I can offer free delivery.
    ฉันลดราคาให้ไม่ได้ แต่สามารถส่งฟรีให้ได้
ถ้ามีทางเลือกอื่น เช่น ส่งฟรี เพิ่มบริการ หรือปรับแพ็กเกจ ให้เสนอแทนการลดราคา จะช่วยรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้

14. ปฏิเสธเข้าร่วมโครงการหรือคณะกรรมการ

ใช้เมื่องานน่าสนใจ แต่คุณไม่มีเวลาหรือไม่ใช่สิ่งที่โฟกัสตอนนี้
  • Thank you for considering me, but I’m unable to commit the time needed right now.
    ขอบคุณที่นึกถึงฉันค่ะ/ครับ แต่ตอนนี้ไม่สามารถให้เวลาที่จำเป็นกับงานนี้ได้
  • I support the project, but I can’t take on an active role at the moment.
    ฉันสนับสนุนโครงการนี้นะคะ/ครับ แต่ตอนนี้ยังรับบทบาทโดยตรงไม่ได้
  • This sounds like a great initiative, but it’s not aligned with my current priorities.
    โครงการนี้ฟังดูดีมาก แต่ยังไม่ตรงกับสิ่งที่ฉันต้องโฟกัสตอนนี้
commit the time needed หมายถึง “ให้เวลาได้มากพอ” เหมาะกับงานอาสา คณะกรรมการ หรือโปรเจกต์ระยะยาว

15. ปฏิเสธการนินทาหรือพูดถึงคนอื่น

ใช้เมื่อไม่อยากร่วมวงเม้าท์ แต่ไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย
  • I’d rather not talk about people behind their backs.
    ฉันไม่อยากพูดถึงคนอื่นลับหลัง
  • I’m not comfortable discussing our colleagues like this.
    ฉันไม่ค่อยสบายใจที่จะพูดถึงเพื่อนร่วมงานแบบนี้
  • I don’t know the full story, so I’d rather not comment.
    ฉันไม่รู้เรื่องทั้งหมด เลยขอไม่ออกความเห็นดีกว่า
ถ้าต้องการเปลี่ยนเรื่อง:
  • Anyway, have you seen the new update from the team?
    ว่าแต่ เห็นอัปเดตใหม่จากทีมแล้วหรือยัง

สูตรตอบปฏิเสธแบบจำง่าย

ถ้าคิดประโยคไม่ออก ให้ใช้สูตรนี้:

1. ขอบคุณ + ปฏิเสธ + เหตุผลสั้น ๆ

  • Thank you for asking, but I’m not available this weekend.
    ขอบคุณที่ชวนนะ แต่สุดสัปดาห์นี้ฉันไม่ว่าง

2. อยากช่วย/อยากไป + แต่ไม่สะดวก

  • I wish I could help, but I have too much on my plate right now.
    อยากช่วยนะ แต่ตอนนี้มีหลายอย่างที่ต้องจัดการมากเกินไป
have too much on my plate เป็นสำนวน หมายถึง “มีเรื่องต้องรับผิดชอบเยอะมาก”

3. ปฏิเสธ + เสนอทางเลือก

  • I can’t join today, but I’m free next Thursday.
    วันนี้ไปร่วมไม่ได้ แต่วันพฤหัสหน้าว่าง
  • I can’t help with the design, but I can review the text.
    ฉันช่วยเรื่องดีไซน์ไม่ได้ แต่ช่วยตรวจข้อความได้

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

พูดแค่ No แบบสั้นเกินไป

  • No.
    แปลว่า “ไม่” ตรง ๆ แต่ในหลายสถานการณ์อาจฟังห้วนหรือเย็นชา
ควรเปลี่ยนเป็น:
  • No, thank you.
    ไม่ค่ะ/ครับ ขอบคุณ
  • I’m sorry, but I can’t.
    ขอโทษนะคะ/ครับ แต่ฉันทำไม่ได้

ใช้ Maybe later ทั้งที่รู้ว่าจะไม่ทำ

  • Maybe later.
    แปลว่า “ไว้ทีหลัง” ซึ่งอาจทำให้อีกฝ่ายยังคาดหวัง
ถ้าคุณต้องการปฏิเสธจริง ๆ ให้พูดชัดขึ้น:
  • I don’t think I’ll be able to, but thank you for asking.
    คิดว่าคงทำไม่ได้ แต่ขอบคุณที่ถามนะ

ขอโทษยาวเกินไป

การพูด sorry ได้ แต่ไม่ควรขอโทษซ้ำหลายครั้งจนดูไม่มั่นใจ
แทนที่จะพูดยาวมาก ให้ใช้:
  • I’m sorry, but I won’t be able to help this time.
    ขอโทษนะคะ/ครับ แต่ครั้งนี้คงช่วยไม่ได้

อธิบายเหตุผลส่วนตัวมากเกินไป

ในภาษาอังกฤษ เหตุผลสั้น ๆ มักเพียงพอ เช่น:
  • I have a prior commitment.
    ฉันมีนัดหรือธุระที่ตกลงไว้ก่อนแล้ว
  • My schedule is full this week.
    สัปดาห์นี้ตารางแน่นมาก
ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดทั้งหมดถ้าไม่อยากเล่า

แบบฝึกหัด: เลือกประโยคปฏิเสธให้เหมาะสม

เลือกประโยคภาษาอังกฤษที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์มากที่สุด
  1. เพื่อนชวนไปกินข้าวเย็น แต่คุณมีนัดแล้ว
    A. No.
    B. I’d love to, but I already have plans.
    C. Please don’t ask me.
  2. ลูกค้าขอลดราคา แต่คุณลดไม่ได้
    A. Unfortunately, the price is fixed.
    B. I don’t care.
    C. That’s your problem.
  3. เพื่อนร่วมงานขอให้ช่วยงานวันนี้ แต่คุณมีงานด่วน
    A. I wish I could help, but I’m on a tight deadline today.
    B. Never ask me again.
    C. Maybe forever.
  4. มีคนถามเรื่องส่วนตัวที่คุณไม่อยากตอบ
    A. You are rude.
    B. I’d rather not talk about that, if you don’t mind.
    C. No question.
  5. บริษัทเสนองานให้ แต่คุณตัดสินใจไม่รับ
    A. I don’t want it. Bye.
    B. Thank you very much for the offer. After careful consideration, I’ve decided not to accept the position.
    C. This job is bad.

เฉลย

  1. B
    ประโยคนี้สุภาพและบอกเหตุผลชัดเจนว่า “มีนัดแล้ว”
  2. A
    เหมาะกับบริบทธุรกิจ เพราะสุภาพและชัดเจนว่าราคาคงที่
  3. A
    แสดงความตั้งใจดี แต่บอกข้อจำกัดเรื่องเวลาอย่างเป็นมืออาชีพ
  4. B
    ปฏิเสธการตอบคำถามส่วนตัวโดยไม่โจมตีอีกฝ่าย
  5. B
    เหมาะกับอีเมลปฏิเสธงาน เพราะขอบคุณก่อนและปฏิเสธอย่างสุภาพ

แบบฝึกหัด: เติมประโยคให้สมบูรณ์

เติมคำหรือวลีที่เหมาะสมลงในช่องว่าง
  1. Thank you for inviting me, but I can’t ______ it this time.
    ขอบคุณที่ชวน แต่ครั้งนี้ไปไม่ได้
  2. I’m ______ I won’t be available on that date.
    เกรงว่าวันนั้นฉันไม่ว่าง
  3. I’m not comfortable ______ that.
    ฉันไม่สบายใจที่จะทำแบบนั้น
  4. I’m sorry, but I’m not in a position to ______ money right now.
    ขอโทษนะ แต่ตอนนี้ไม่สะดวกให้ยืมเงิน
  5. I can’t lower the price, but I can ______ free delivery.
    ลดราคาให้ไม่ได้ แต่สามารถเสนอส่งฟรีได้

เฉลย

  1. make
    can’t make it หมายถึง “ไปไม่ได้/มาไม่ได้”
  2. afraid
    I’m afraid... ใช้เพื่อบอกข่าวไม่สะดวกอย่างสุภาพ
  3. doing
    โครงสร้างคือ comfortable doing something
  4. lend
    lend money หมายถึง “ให้ยืมเงิน”
  5. offer
    offer free delivery หมายถึง “เสนอการส่งฟรี”

สรุปประโยคที่ควรจำ

ถ้าจำได้ไม่กี่ประโยค ให้เริ่มจากชุดนี้ก่อน เพราะใช้ได้กว้างมาก
  • I’m afraid that doesn’t work for me.
    เกรงว่าแบบนั้นไม่สะดวกสำหรับฉัน
  • I’d love to, but I already have plans.
    อยากไปนะ แต่มีนัดไว้แล้ว
  • I wish I could help, but I’m really busy right now.
    อยากช่วยนะ แต่ตอนนี้ยุ่งมากจริง ๆ
  • Thank you, but I’m not interested at the moment.
    ขอบคุณค่ะ/ครับ แต่ตอนนี้ยังไม่สนใจ
  • I’d rather not talk about that.
    ขอไม่พูดเรื่องนั้นนะคะ/ครับ
การปฏิเสธอย่างสุภาพไม่ใช่การพูดอ้อมจนอีกฝ่ายไม่เข้าใจ แต่คือการพูดให้ชัด พร้อมรักษาน้ำใจ เลือกประโยคให้เหมาะกับความสัมพันธ์และสถานการณ์ แล้วคุณจะพูดคำว่า “ไม่” เป็นภาษาอังกฤษได้มั่นใจขึ้นมาก
5 นาที

ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที

ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ