Blog/15 คู่ศัพท์อังกฤษที่ใช้ผิดบ่อยที่สุด (อัปเดต 2025)

เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab

ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง

15 คู่ศัพท์อังกฤษที่ใช้ผิดบ่อยที่สุด (อัปเดต 2025)

15 คู่ศัพท์อังกฤษที่ใช้ผิดบ่อยที่สุด (อัปเดต 2025)

15 คู่ศัพท์อังกฤษที่ใช้ผิดบ่อยที่สุด (คู่มือ 2025)

ลองนึกภาพตาม: คุณกำลังเขียนอีเมลสำคัญเป็นภาษาอังกฤษ ใกล้จะเสร็จแล้ว... แต่ก็เกิดความลังเลขึ้นมาทันที จะใช้ affect หรือ effect ดี? แล้ว than กับ then ล่ะ? แค่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจเปลี่ยนความหมายของทั้งประโยค หรือสร้างความประทับใจที่ไม่ดีต่อเจ้าของภาษาได้เลย สถานการณ์แบบนี้คุ้นๆ ไหมครับ? 😟
ไม่ต้องกังวลไป คุณไม่ได้เจอปัญหานี้คนเดียว! ภาษาอังกฤษเต็มไปด้วยคู่คำศัพท์เจ้าเล่ห์แบบนี้ ทั้งคำพ้องเสียงและคำพ้องรูป ที่ดูและฟังคล้ายกัน แต่มีความหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การทำความเข้าใจคำเหล่านี้ให้ถ่องแท้คือกุญแจสำคัญสู่การสื่อสารที่มั่นใจและถูกต้องยิ่งขึ้น วันนี้เราจะมาเจาะลึก 15 คู่คำศัพท์ที่คนมักสับสนบ่อยที่สุด เพื่อให้คุณไม่ตกหลุมพรางอีกต่อไป พร้อมแล้วหรือยังครับ? ไปลุยกันเลย! 🚀

รวมศัพท์ที่มักใช้ผิด: เจาะลึกพร้อมตัวอย่าง

เรามาดูแต่ละคู่พร้อมคำจำกัดความ ตัวอย่างมากมายเพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น และเคล็ดลับง่ายๆ ในการจดจำกันครับ

1. Affect vs. Effect

นี่น่าจะเป็นคู่ที่โด่งดังที่สุด สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ: affect เกือบทั้งหมดจะเป็นคำกริยา (verb) ที่แปลว่าส่งผลกระทบ ในขณะที่ effect เป็นคำนาม (noun) ที่แปลว่าผลกระทบ
  • Affect (ส่งผลกระทบ): เป็นคำกริยา ใช้อธิบายกระบวนการของการมีอิทธิพล
    • "The rain will affect our plans for the picnic." / ฝนจะส่งผลกระทบ (affect) ต่อแผนไปปิกนิกของเรา
    • "Lack of sleep can negatively affect your performance." / การนอนไม่พอสามารถส่งผลกระทบ (affect) ในทางลบต่อประสิทธิภาพการทำงานของคุณได้
  • Effect (ผลกระทบ, ผลลัพธ์): เป็นคำนาม ใช้อธิบายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
    • "The special effects in the movie were amazing." / สเปเชียลเอฟเฟกต์ (effects) ในหนังเรื่องนี้น่าทึ่งมาก
    • "What is the long-term effect of this medication?" / ยาตัวนี้มีผลกระทบ (effect) ในระยะยาวอย่างไร?
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: Affect is for Action (การกระทำ), Effect is for End result (ผลลัพธ์สุดท้าย)

2. Than vs. Then

ความสับสนเกิดจากการออกเสียงที่คล้ายกัน แต่หน้าที่ของมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
  • Than (กว่า): ใช้สำหรับการเปรียบเทียบเท่านั้น
    • "She is taller than her brother." / เธอสูงกว่า (than) พี่ชายของเธอ
    • "I would rather read a book than watch TV." / ฉันอยากจะอ่านหนังสือมากกว่า (than) ดูทีวี
  • Then (จากนั้น, ตอนนั้น): ใช้เพื่อบอกเวลาหรือลำดับของเหตุการณ์
    • "First I'll go to the shop, then I'll come home." / ตอนแรกฉันจะไปที่ร้านค้า จากนั้น (then) ฉันจะกลับบ้าน
    • "If you finish your homework, then you can play." / ถ้าคุณทำการบ้านเสร็จ ตอนนั้น (then) คุณถึงจะไปเล่นได้
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: คำว่า than ใช้สำหรับ comparison (การเปรียบเทียบ), ส่วน then ใช้กับ time (เวลา)

3. Borrow vs. Lend

จุดสำคัญของคู่นี้คือทิศทางของการกระทำ: คุณเป็นคนรับมา หรือคุณเป็นคนให้ไป?
  • Borrow (ยืมจากคนอื่น): คุณรับบางสิ่งจากใครบางคนโดยตั้งใจว่าจะคืน
    • "Can I borrow your pen?" / ฉันขอยืม (borrow) ปากกาของคุณได้ไหม?
    • "He had to borrow money from the bank." / เขาต้องยืม (borrow) เงินจากธนาคาร
  • Lend (ให้คนอื่นยืม): คุณให้บางสิ่งกับใครบางคน
    • "Can you lend me your pen?" / คุณให้ฉันยืม (lend) ปากกาของคุณได้ไหม?
    • "The bank agreed to lend him the money." / ธนาคารตกลงที่จะให้ (lend) เขายืมเงิน
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: You borrow from someone (ยืมจากใครบางคน), but you lend to someone (ให้ใครบางคนยืม)

4. Whose vs. Who’s

เป็นคำพ้องเสียงสุดคลาสสิกที่มักจะสับสนกันในการเขียน
  • Whose (ของใคร): เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ ใช้ถามว่าของสิ่งนั้นเป็นของใคร
    • "Whose keys are these on the table?" / กุญแจบนโต๊ะพวกนี้เป็นของใคร (Whose)?
    • "This is the artist whose painting we admired." / นี่คือศิลปินคนที่เราชื่นชมภาพวาดของเขา (whose)
  • Who’s (ใครคือ/ใครมี): เป็นรูปย่อของ who is หรือ who has
    • "Who’s coming to the party tonight?" (Who is) / ใคร (Who's) จะมางานปาร์ตี้คืนนี้?
    • "Who’s got the time?" (Who has) / ใคร (Who's) มีนาฬิกาบ้าง?
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: ลองแทนที่คำนั้นด้วย who is หรือ who has ถ้าประโยคยังสมเหตุสมผล ให้ใช้ who's แต่ถ้าไม่ ก็ใช้ whose ครับ

5. Lie vs. Lay

คู่นี้ยากแม้กระทั่งสำหรับเจ้าของภาษา! ความแตกต่างทั้งหมดอยู่ที่ว่ามีกรรม (object) มารองรับการกระทำหรือไม่
  • Lie (นอนลง; โกหก): เป็นกริยาที่ไม่ต้องการกรรมโดยตรง ประธานเป็นผู้กระทำเอง (รูปอดีต: lay, lain)
    • "I need to lie down for a minute." / ฉันต้องนอนลง (lie) สักครู่
    • "The cat is lying in the sun." / แมวกำลังนอน (lying) ตากแดดอยู่
  • Lay (วาง, วางไข่): เป็นกริยาที่ต้องการกรรมโดยตรง คุณวางบางสิ่งบางอย่างลง (รูปอดีต: laid, laid)
    • "Please lay the book on the desk." / กรุณาวาง (lay) หนังสือลงบนโต๊ะ
    • "She laid the baby in the crib." / เธอวาง (laid) ทารกลงในเปล
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: You lie down yourself (คุณนอนลงด้วยตัวเอง), but you lay something else down (คุณวางสิ่งอื่นลง)

6. Accept vs. Except

เป็นอีกคู่ที่ออกเสียงคล้ายกันแต่มีความหมายตรงกันข้าม
  • Accept (ยอมรับ): การรับบางสิ่งหรือเห็นด้วยกับบางสิ่ง
    • "I accept your apology." / ฉันยอมรับ (accept) คำขอโทษของคุณ
    • "Please accept this gift as a token of our gratitude." / โปรดยอมรับ (accept) ของขวัญชิ้นนี้เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความขอบคุณของเรา
  • Except (ยกเว้น): ใช้เพื่อบ่งบอกถึงข้อยกเว้น
    • "Everyone is here except John." / ทุกคนอยู่ที่นี่หมดยกเว้น (except) จอห์น
    • "The store is open every day except Sunday." / ร้านเปิดทุกวันยกเว้น (except) วันอาทิตย์
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: EXcept ใช้สำหรับ EXcluding (การยกเว้น)

7. Its vs. It's

เครื่องหมาย apostrophe (') คือตัวตัดสินทุกอย่าง นี่เป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการเขียนภาษาอังกฤษ
  • Its (ของมัน): เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของสำหรับสิ่งไม่มีชีวิตหรือสัตว์
    • "The dog wagged its tail." / สุนัขกระดิกหางของมัน (its)
    • "The company announced its annual profits." / บริษัทประกาศผลกำไรประจำปีของบริษัท (its)
  • It's (มันคือ/มันมี): เป็นรูปย่อของ it is หรือ it has
    • "It's a beautiful day!" (It is) / วันนี้เป็นวันที่สวยงาม! (It's)
    • "It's been a long time since we last met." (It has) / มัน (It's) นานมากแล้วที่เราเจอกันครั้งล่าสุด
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: เช่นเดียวกับ who's ลองแทนที่ด้วย it is หรือ it has ถ้าความหมายถูกต้อง ให้ใช้ it's ครับ

8. Your vs. You're

อีกหนึ่งข้อผิดพลาดสุดคลาสสิกเกี่ยวกับ apostrophe ที่หลีกเลี่ยงได้ง่ายๆ
  • Your (ของคุณ): เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ
    • "Is this your bag?" / นี่คือกระเป๋าของคุณ (your) ใช่ไหม?
    • "Please mind your step." / โปรดระวังก้าวเดินของคุณ (your)
  • You're (คุณคือ): เป็นรูปย่อของ you are
    • "You're doing a great job!" (You are) / คุณ (You're) ทำได้ดีมาก!
    • "I think you're right." (You are) / ฉันคิดว่าคุณ (you're) ถูกต้อง
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: ถ้าสามารถแทนที่ด้วย you are ได้ ก็เขียน you're ได้เลย

9. There vs. Their vs. They're

ภัยคุกคามสามเท่า! แต่เราจะจัดการได้โดยการแยกแยะให้ชัดเจน
  • There (ที่นั่น): ใช้บ่งบอกสถานที่ หรือใช้ในโครงสร้าง there is/are
    • "The book is over there." / หนังสืออยู่ตรงนั้น (there)
    • "There are many people in the park." / มีคนจำนวนมากอยู่ในสวนสาธารณะ
  • Their (ของพวกเขา): เป็นคำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของของกลุ่มคน
    • "This is their house." / นี่คือบ้านของพวกเขา (their)
    • "The students handed in their homework." / นักเรียนส่งการบ้านของพวกเขา (their) แล้ว
  • They're (พวกเขาคือ): เป็นรูปย่อของ they are
    • "They're happy to see you." (They are) / พวกเขา (They're) ดีใจที่ได้เจอคุณ
    • "Hurry up, they're waiting for us!" (They are) / เร็วเข้า พวกเขา (they're) กำลังรอเราอยู่!
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: There มีคำว่า here อยู่ข้างใน (บ่งบอกสถานที่) Their มีคำว่า heir (ทายาท) อยู่ข้างใน (บ่งบอกความเป็นเจ้าของ) They're คือรูปย่อของ they are

10. To vs. Too vs. Two

คำเหล่านี้ออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนและใช้งานต่างกัน
  • To (ถึง, ไปยัง, เพื่อที่จะ): เป็นคำบุพบทบอกทิศทาง หรือเป็นส่วนหนึ่งของ infinitive
    • "I am going to the store." / ฉันกำลังจะไป (to) ที่ร้านค้า
    • "She wants to learn English." / เธอต้องการที่จะเรียน (to learn) ภาษาอังกฤษ
  • Too (ด้วย, เกินไป): หมายถึง "เช่นกัน" หรือ "มากเกินไป"
    • "I want to go, too." / ฉันก็อยากไปด้วย (too) เหมือนกัน
    • "It's too cold outside." / ข้างนอกอากาศหนาวเกินไป (too)
  • Two (สอง): ตัวเลข 2
    • "I have two apples." / ฉันมีแอปเปิ้ลสอง (two) ผล

11. Lose vs. Loose

ต่างกันที่ตัว 'o' หนึ่งตัวและความหมาย
  • Lose (ทำหาย, แพ้): เป็นคำกริยา ออกเสียงลงท้ายด้วย /z/
    • "Don't lose your keys." / อย่าทำกุญแจหาย (lose) นะ
    • "Our team is likely to lose the game." / ทีมของเรามีแนวโน้มที่จะแพ้ (lose) ในเกมนี้
  • Loose (หลวม, ไม่แน่น): เป็นคำคุณศัพท์ ออกเสียงลงท้ายด้วย /s/
    • "My shoes are too loose." / รองเท้าของฉันหลวม (loose) เกินไป
    • "There is a loose wire in the back of the TV." / มีสายไฟหลวมๆ (loose) อยู่ด้านหลังทีวี

12. Advice vs. Advise

ต่างกันที่ตัวอักษรตัวเดียวและชนิดของคำ
  • Advice (คำแนะนำ): เป็นคำนาม (นับไม่ได้) ตัว 'C' ออกเสียงเหมือน /s/
    • "He gave me some good advice." / เขาให้คำแนะนำ (advice) ที่ดีแก่ฉัน
    • "My mother's advice is always helpful." / คำแนะนำ (advice) ของแม่ฉันมีประโยชน์เสมอ
  • Advise (แนะนำ, ให้คำปรึกษา): เป็นคำกริยา ตัว 'S' ออกเสียงเหมือน /z/
    • "I advise you to be careful." / ฉันแนะนำ (advise) ให้คุณระมัดระวัง
    • "The doctor advised him to rest." / หมอแนะนำ (advised) ให้เขาพักผ่อน

13. Complement vs. Compliment

คำคู่นี้สับสนได้ง่าย แต่ความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง
  • Complement (ส่วนเสริม, ทำให้สมบูรณ์): สิ่งที่เข้ากันได้ดีกับอีกสิ่งหนึ่ง ทำให้มันสมบูรณ์
    • "The wine complements the cheese perfectly." / ไวน์ช่วยเสริม (complements) รสชาติของชีสได้อย่างสมบูรณ์แบบ
    • "A good sauce is a complement to any dish." / ซอสที่ดีคือส่วนเสริม (complement) ของทุกจานอาหาร
  • Compliment (คำชม, ชมเชย): คำยกย่องหรือคำชื่นชม
    • "She gave me a nice compliment on my new haircut." / เธอชม (compliment) ทรงผมใหม่ของฉัน
    • "He complimented her on her excellent presentation." / เขาชมเชย (complimented) เธอเรื่องการนำเสนอที่ยอดเยี่ยม
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: Complement ทำให้ complete (สมบูรณ์) Compliment is nice (เป็นคำชมที่ดี)

14. Principal vs. Principle

ออกเสียงเหมือนกัน แต่เกี่ยวข้องกับคนละเรื่อง
  • Principal (ครูใหญ่; หลัก, สำคัญที่สุด): บุคคล (ครูใหญ่ของโรงเรียน) หรือสิ่งที่สำคัญที่สุด
    • "The principal of the school is very strict." / ครูใหญ่ (principal) ของโรงเรียนเข้มงวดมาก
    • "The principal reason for our success is teamwork." / เหตุผลหลัก (principal) ของความสำเร็จของเราคือการทำงานเป็นทีม
  • Principle (หลักการ, กฎ): ความเชื่อพื้นฐาน, กฎ, หรือหลักเกณฑ์
    • "It's against my principles to lie." / การโกหกมันขัดกับหลักการ (principles) ของฉัน
    • "He is a man of strong principles." / เขาเป็นคนที่มีหลักการ (principles) ที่หนักแน่น
💡 เคล็ดลับช่วยจำ: The principal is your pal (เพื่อนของคุณ). A principle is a rule (กฎเกณฑ์)

15. Weather vs. Whether

คำเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางความหมาย แต่คนมักสับสนเพราะการออกเสียงที่คล้ายกัน
  • Weather (สภาพอากาศ): สภาวะของบรรยากาศ
    • "The weather is beautiful today." / วันนี้อากาศ (weather) ดีมาก
    • "I always check the weather forecast before leaving home." / ฉันตรวจสอบพยากรณ์อากาศ (weather) ก่อนออกจากบ้านเสมอ
  • Whether (ว่า...หรือไม่): ใช้เพื่อนำเสนอคำถามทางอ้อมที่มีตัวเลือกตั้งแต่สองอย่างขึ้นไป
    • "I don't know whether to go or stay." / ฉันไม่รู้ว่าจะไปหรืออยู่ (whether) ดี
    • "She asked me whether I was interested in the job." / เธอถามฉันว่าฉันสนใจ (whether) งานนี้หรือไม่

ทดสอบความเข้าใจของคุณ: แบบทดสอบฉบับเต็ม

เลือกคำที่ถูกต้องในแต่ละประโยค คำตอบอยู่ด้านล่างครับ!
  1. What is the (affect / effect) of this new policy?
  2. My sister is much older (than / then) me.
  3. (Whose / Who's) going to drive us to the airport?
  4. Please don't (lose / loose) your ticket.
  5. (Your / You're) a very talented artist.
  6. I need to (lie / lay) down.
  7. Everyone passed the exam (accept / except) for Mark.
  8. The company needs to increase (its / it's) profits.
  9. Can you give me some (advice / advise)?
  10. I'm not sure (weather / whether) this is the right decision.
คำตอบ: 1. effect, 2. than, 3. Who's, 4. lose, 5. You're, 6. lie, 7. except, 8. its, 9. advice, 10. whether
การเรียนรู้คำศัพท์คู่เหล่านี้ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น แต่เป็นเหมือนการวิ่งมาราธอนครับ สิ่งสำคัญคือการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและใส่ใจในรายละเอียด
✅ พยายามสังเกตคำเหล่านี้ในบทความที่คุณอ่าน และอย่ากลัวที่จะใช้มันในการพูดและการเขียนของคุณ เมื่อเวลาผ่านไป การเลือกใช้คำที่ถูกต้องจะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติสำหรับคุณเอง ขอให้สนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษนะครับ!

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

ต้องการยกระดับภาษาอังกฤษของคุณไปอีกขั้นใช่ไหม? แหล่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยคุณได้!
🎧 พัฒนาการเรียนรู้ของคุณด้วยพอดแคสต์ Vocab app - แหล่งข้อมูลที่ยอดเยี่ยมสำหรับพัฒนาทักษะการฟังและขยายคลังคำศัพท์ของคุณ ฟังบทสนทนาที่น่าสนใจและการวิเคราะห์คำศัพท์ได้ทุกที่ทุกเวลา เริ่มฟังเลย!
📱 เร่งการเรียนรู้คำศัพท์ด้วยแอป Vocab app - เครื่องมือชั้นยอดที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างรายการคำศัพท์ของคุณเอง ทำแบบทดสอบ และติดตามความคืบหน้า ดาวน์โหลดแอป แล้วเริ่มเรียนรู้คำศัพท์ได้แล้ววันนี้!
5 นาที

ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที

ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ