Blog/สำนวนอังกฤษ 2025: 10 วลีเด็ด พูดคล่องเหมือนเจ้าของภาษา (ภาค 3)

เริ่มสร้างคลังคำอังกฤษที่ใช้ได้จริงกับ Vocab

ดาวน์โหลดฟรี เรียนไวขึ้นด้วยการทบทวนเว้นระยะ ลิสต์ตามหัวข้อ และเสียงเจ้าของภาษา แล้วจำคำที่เรียนได้จริง

สำนวนอังกฤษ 2025: 10 วลีเด็ด พูดคล่องเหมือนเจ้าของภาษา (ภาค 3)

สำนวนอังกฤษ 2025: 10 วลีเด็ด พูดคล่องเหมือนเจ้าของภาษา (ภาค 3)

สำนวนภาษาอังกฤษ 2025: 10 วลีเด็ดเพื่อการสื่อสารขั้นสูง (ภาค 3)

เราเดินทางกันมาไกลแล้ว หลังจากได้เรียนรู้ 20 สำนวนภาษาอังกฤษที่สำคัญซึ่งเป็นรากฐานของการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติและมั่นใจ คุณได้เรียนรู้วิธี "break the ice" (ละลายพฤติกรรม), "cut to the chase" (เข้าประเด็น) และอวยพรให้ใครสักคน "break a leg" (โชคดี) ตอนนี้ถึงเวลาที่จะก้าวไปอีกขั้นกับสำนวนที่มีความซับซ้อนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น สำนวนในบทความนี้จะช่วยให้คุณไม่เพียงแค่พูดได้ถูกต้อง แต่ยังสามารถแสดงความคิดที่ซับซ้อน อารมณ์ และอธิบายสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและสละสลวยเหมือนเจ้าของภาษา
ในภาคที่สามนี้ เราจะมาเรียนรู้ 10 วลีที่มักใช้บ่อยในแวดวงธุรกิจ การสนทนาที่ไม่เป็นทางการ และการอธิบายสถานการณ์ในชีวิตจริง เมื่อคุณใช้สำนวนเหล่านี้ได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ภาษาอังกฤษของคุณจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นและจะทำให้คุณเข้าใจคู่สนทนาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมที่จะเพิ่มคลังศัพท์ให้กับการพูดของคุณแล้วหรือยัง?

1. Beat around the bush — «พูดอ้อมค้อม»

ทำไมถึงมีประโยชน์: สำนวนนี้ตรงกันข้ามกับ «cut to the chase» โดยสิ้นเชิง ใช้อธิบายสถานการณ์เมื่อมีคนเลี่ยงที่จะพูดถึงประเด็นหลัก หลีกเลี่ยงการตอบตรงๆ หรือพยายามถ่วงเวลา การเข้าใจวลีนี้จะช่วยให้คุณรับรู้ได้ถึงความลังเลของคู่สนทนา หรือใช้เพื่อขอให้พวกเขาพูดเข้าประเด็นอย่างสุภาพ
วิธีใช้:
  • "Stop beating around the bush and tell me what the problem is." — «เลิกพูดอ้อมค้อมแล้วบอกมาเถอะว่าปัญหามันคืออะไร»
  • "I don't have much time, so please don't beat around the bush. What do you need?" — «ผมมีเวลาไม่มาก เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าพูดอ้อมค้อมเลย คุณต้องการอะไรครับ»
  • "He was beating around the bush for twenty minutes before he finally asked for a loan." — «เขาพูดจาอ้อมค้อมอยู่ยี่สิบนาทีก่อนที่จะเอ่ยปากขอยืมเงินในที่สุด»

2. A blessing in disguise — «ในเรื่องร้ายก็มีเรื่องดี»

ทำไมถึงมีประโยชน์: สำนวนนี้ใช้อธิบายเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ตอนแรกดูเหมือนจะแย่หรือไม่ดี แต่สุดท้ายกลับนำไปสู่สิ่งที่ดีงาม ช่วยแสดงมุมมองในแง่ดีและมองหาข้อดีในความยากลำบาก เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการแบ่งปันสัจธรรมของชีวิต
วิธีใช้:
  • "Losing that job was a blessing in disguise because I found a much better one a month later." — «การตกงานครั้งนั้นกลายเป็นเรื่องดีไปเลย เพราะหนึ่งเดือนต่อมาฉันได้งานใหม่ที่ดีกว่ามาก»
  • "Missing the train was a blessing in disguise; I met my future wife while waiting for the next one." — «การตกรถไฟครั้งนั้นถือเป็นโชคดีในโชคร้าย เพราะผมได้เจอภรรยาในอนาคตขณะที่รอรถไฟขบวนถัดไป»
  • "At first, the lockdown felt terrible, but it was a blessing in disguise because I learned to cook." — «ตอนแรกรู้สึกแย่มากกับช่วงล็อกดาวน์ แต่มันก็มีเรื่องดีๆ ซ่อนอยู่ เพราะฉันได้เรียนทำอาหาร»

3. Bite off more than you can chew — «ทำงานเกินตัว»

ทำไมถึงมีประโยชน์: สำนวนนี้อธิบายสถานการณ์เมื่อมีคนรับผิดชอบงานหรือภาระหน้าที่มากเกินไปจนไม่สามารถรับมือได้ เป็นสำนวนที่มีประโยชน์ในการพูดคุยเรื่องภาระงาน การวางแผนโครงการ หรือเพียงแค่ให้คำแนะนำฉันท์มิตรว่าอย่าประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินไป
วิธีใช้:
  • "By accepting three projects at once, he really bit off more than he could chew." — «การรับสามโปรเจกต์พร้อมกันทำให้เขาทำงานหนักเกินกำลังจริงๆ»
  • "I think I bit off more than I can chew with this marathon. I should have trained more." — «ฉันคิดว่าฉันรับงานหินเกินไปกับการวิ่งมาราธอนครั้งนี้ ฉันน่าจะฝึกซ้อมให้มากกว่านี้»
  • "Don't bite off more than you can chew. Start with a smaller task and see how it goes." — «อย่าทำงานเกินตัว เริ่มจากงานเล็กๆ ก่อน แล้วดูว่าผลเป็นอย่างไร»

4. Cut corners — «ทำงานลวกๆ», «ลดคุณภาพเพื่อประหยัด»

ทำไมถึงมีประโยชน์: วลีนี้หมายถึงการทำบางสิ่งบางอย่างด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด เร็วที่สุด หรือถูกที่สุด ซึ่งมักจะส่งผลเสียต่อคุณภาพหรือกฎเกณฑ์ สำนวนนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในบริบททางธุรกิจ เมื่อพูดถึงคุณภาพของงาน ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ
วิธีใช้:
  • "The company went bankrupt because they started cutting corners on product quality." — «บริษัทล้มละลายเพราะพวกเขาเริ่มลดคุณภาพสินค้าเพื่อประหยัดต้นทุน»
  • "If we cut corners on safety procedures, we could put our workers at risk." — «ถ้าเราลดขั้นตอนด้านความปลอดภัย เราอาจทำให้พนักงานตกอยู่ในความเสี่ยงได้»
  • "I'd rather pay more than hire someone who cuts corners." — «ฉันยอมจ่ายแพงกว่าดีกว่าจ้างคนทำงานลวกๆ»

5. Get wind of something — «ได้ข่าวมาว่า», «ได้ยินมาแว่วๆ»

ทำไมถึงมีประโยชน์: สำนวนนี้หมายถึงการได้รู้เรื่องที่เป็นความลับหรือเรื่องส่วนตัว โดยปกติมักจะรู้มาโดยบังเอิญหรือจากข่าวลือ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการเล่าเรื่องและฟังดูเป็นธรรมชาติกว่าการพูดว่า «to hear a rumor»
วิธีใช้:
  • "The journalist got wind of the secret negotiations and published an article about them." — «นักข่าวได้ข่าวเรื่องการเจรจาลับและได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับเรื่องนี้»
  • "I got wind that the company is planning layoffs. Is it true?" — «ฉันได้ยินมาแว่วๆ ว่าบริษัทกำลังจะปลดพนักงาน นี่เรื่องจริงหรือเปล่า»
  • "She tried to keep her promotion a secret, but her colleagues got wind of it anyway." — «เธอพยายามเก็บเรื่องการเลื่อนตำแหน่งเป็นความลับ แต่เพื่อนร่วมงานของเธอก็ไปได้ยินมาอยู่ดี»

6. Play it by ear — «ว่ากันไปตามสถานการณ์», «ด้นสด»

ทำไมถึงมีประโยชน์: สำนวนนี้หมายถึงการด้นสดหรือตัดสินใจไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้า แทนที่จะทำตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า เป็นสำนวนที่ขาดไม่ได้เมื่อแผนไม่ชัดเจนหรืออาจมีการเปลี่ยนแปลง และแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของคุณ
วิธีใช้:
  • "What are we doing this weekend? I don't know, let's just play it by ear." — «สุดสัปดาห์นี้เราจะทำอะไรกันดี? ไม่รู้สิ เอาไว้ว่ากันตามสถานการณ์แล้วกัน»
  • "The presentation might change depending on the audience's questions, so we'll have to play it by ear." — «การนำเสนออาจต้องเปลี่ยนไปตามคำถามของผู้ฟัง ดังนั้นเราคงต้องด้นสดไปตามสถานการณ์»
  • "I don't have a fixed travel itinerary. I prefer to play it by ear." — «ฉันไม่มีแผนการเดินทางที่แน่นอน ฉันชอบที่จะไปว่ากันข้างหน้ามากกว่า»

7. See eye to eye — «เห็นพ้องต้องกัน»

ทำไมถึงมีประโยชน์: หากคน «see eye to eye» หมายความว่าพวกเขาเห็นด้วยซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์ สำนวนนี้มักใช้ในรูปปฏิเสธ («don't see eye to eye») เพื่ออธิบายความขัดแย้งอย่างสุภาพ โดยเฉพาะในการทำงานหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว
วิธีใช้:
  • "My boss and I don't always see eye to eye, but we respect each other's opinions." — «เจ้านายกับฉันไม่ได้เห็นตรงกันเสมอไป แต่เราก็เคารพความคิดเห็นของกันและกัน»
  • "It's great to work in a team where everyone sees eye to eye on the main goals." — «มันเยี่ยมมากที่ได้ทำงานในทีมที่ทุกคนมีความเห็นตรงกันในเรื่องเป้าหมายหลัก»
  • "They broke up because they didn't see eye to eye on their future." — «พวกเขาเลิกกันเพราะพวกเขามีความคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตไม่ตรงกัน»

8. Add insult to injury — «ซ้ำเติม», «ตอกย้ำความเจ็บปวด»

ทำไมถึงมีประโยชน์: สำนวนนี้ใช้เมื่อมีคนทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายหรือเจ็บปวดอยู่แล้วแย่ลงไปอีกด้วยการกระทำหรือคำพูด เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกไม่ยุติธรรมได้อย่างชัดเจนและเต็มไปด้วยอารมณ์
วิธีใช้:
  • "First, they cancelled my flight, and then, to add insult to injury, they lost my luggage." — «อย่างแรกเลย พวกเขายกเลิกเที่ยวบินของฉัน แล้วที่แย่ไปกว่านั้นคือ พวกเขาทำกระเป๋าเดินทางของฉันหาย»
  • "I was already upset about failing the exam, and to add insult to injury, my friend laughed at me." — «ฉันเสียใจมากพอแล้วที่สอบตก แต่เพื่อนกลับมาหัวเราะเยาะฉันอีก เป็นการซ้ำเติมกันชัดๆ»
  • "The company fired him, and to add insult to injury, they refused to pay his last salary." — «บริษัทไล่เขาออก และที่เจ็บใจยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาปฏิเสธที่จะจ่ายเงินเดือนเดือนสุดท้ายให้เขา»

9. The best of both worlds — «ได้ประโยชน์สองต่อ», «ดีทั้งสองอย่าง»

ทำไมถึงมีประโยชน์: วลีนี้อธิบายถึงสถานการณ์ในอุดมคติที่คุณได้รับประโยชน์จากสองสิ่งที่แตกต่างกันในเวลาเดียวกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการอธิบายการประนีประนอมที่ประสบความสำเร็จหรือทางเลือกที่ได้เปรียบ
วิธีใช้:
  • "Working from home gives me the best of both worlds: I can earn a living and spend more time with my family." — «การทำงานจากที่บ้านทำให้ฉันได้ประโยชน์สองต่อ คือสามารถหาเลี้ยงชีพและใช้เวลากับครอบครัวได้มากขึ้น»
  • "This car is the best of both worlds: it's powerful but also very fuel-efficient." — «รถคันนี้คือส่วนผสมที่ลงตัว มันทั้งแรงแต่ก็ประหยัดน้ำมันมาก»
  • "She lives in a small town near a big city, so she gets the best of both worlds." — «เธออาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ ใกล้กับเมืองใหญ่ ทำให้เธอได้รับข้อดีของทั้งสองที่»

10. Get out of hand — «ควบคุมไม่ได้», «บานปลาย»

ทำไมถึงมีประโยชน์: ใช้อธิบายสถานการณ์ที่เริ่มวุ่นวาย ควบคุมไม่ได้ หรือเกินขอบเขต เป็นสำนวนที่ทรงพลังซึ่งช่วยสื่อถึงความรุนแรงของปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
วิธีใช้:
  • "The party started to get out of hand around midnight, so we had to call the police." — «ปาร์ตี้เริ่มควบคุมไม่ได้ตอนประมาณเที่ยงคืน เราเลยต้องโทรเรียกตำรวจ»
  • "We need to solve this small problem now before it gets out of hand." — «เราต้องรีบแก้ปัญหานี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่มันจะบานปลาย»
  • "The argument between them quickly got out of hand." — «การโต้เถียงระหว่างพวกเขาบานปลายอย่างรวดเร็วจนควบคุมไม่ได้»

บทสรุป

ขอแสดงความยินดีด้วย! คลังคำศัพท์ของคุณได้เพิ่มสำนวนอีก 10 สำนวนที่จะช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างยืดหยุ่นและแม่นยำยิ่งขึ้น จำไว้ว่ากุญแจสู่ความสำเร็จคือการฝึกฝน อย่าพยายามเรียนรู้ทุกอย่างในคราวเดียว ลองเลือกวลีที่คุณชอบเป็นพิเศษสักสองสามวลีแล้วพยายามนำไปใช้ในเร็วๆ นี้ ทุกย่างก้าวเช่นนี้จะทำให้คุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้น และการพูดของคุณก็จะฟังดูเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

📱 Vocab App: ทบทวนสำนวนเหล่านี้และสำนวนอื่นๆ ด้วยแอปพลิเคชันของเรา Vocab app — บัตรคำศัพท์และแบบทดสอบแบบอินเทอร์แอคทีฟจะช่วยให้คุณไม่ลืมสำนวนใหม่ๆ
🎧 พอดแคสต์: ฟังเจ้าของภาษาใช้สำนวนเหล่านี้ในชีวิตจริงได้ใน พอดแคสต์เรียนภาษาอังกฤษ ของเรา — นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำความคุ้นเคยกับสำเนียงที่เป็นธรรมชาติ
5 นาที

ทดสอบคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคุณใน 5 นาที

ค้นพบระดับคำศัพท์ที่แท้จริงของคุณด้วยแบบทดสอบฟรี จากคำพื้นฐานถึงขั้นสูง รับคะแนน A1-C2 และดูว่าคุณรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษจริงๆ กี่คำ